<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thai Asianlife เอเชี่ยนไลฟ์:</title>
	<atom:link href="http://www.thaiasianlife.com/bim/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaiasianlife.com/bim</link>
	<description>BIM100 มังคุด โกลด์เชพ กระชับสัดส่วน สมุนไพรลดน้ำหนัก สมุนไพรลดความอ้วน</description>
	<lastBuildDate>Wed, 09 May 2012 06:14:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	
		<item>
		<title>งานวิจัย BIM กับ โรคภูมิแพ้</title>
		<link>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=bim-%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259e%25e0%25b9%2589</link>
		<comments>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Mar 2012 01:45:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภูมิแพ้ แพ้อากาศ ไซนัส SLE]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiasianlife.com/bim/?p=990</guid>
		<description><![CDATA[
โรคภูมิแพ้ หรือโรคแพ้ (Allergy) หมายถึง โรคที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีอาการไวผิดปกติต่อสิ่งซึ่งสามารถก่อให้เกิดภูมิแพ้ (Allergen) ซึ่งธรรมชาติสารเหล่านี้อาจไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้กับคนปกติทั่วไป
โรคภูมิแพ้เกิดได้ทุกเพศทุกวัย เด็กอายุ 5 ถึง 15 ปี มักพบว่าเป็นบ่อยกว่าช่วงอายุอื่นๆ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่โรคแสดงออกหลังจากได้รับ &#8220;สิ่งกระตุ้น&#8221; มานานเพียงพอ อย่างไรก็บางคนอาจเริ่มเป็นโรคภูมิแพ้ตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ได้
โรคภูมิแพ้นั้นมิใช่โรคติดต่อ แต่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม จากรุ่นคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย คุณพ่อคุณแม่ มาสู่ลูกหลานได้ อาจพบว่าในครอบครัวนั้นมีสมาชิกป่วยเป็นโรคภูมิแพ้หลายคน
ตัวการที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ (Allergens) หรือ สิ่งกระตุ้น ซึ่งอาจเข้าสู่ร่างกายทางระบบหายใจ การรับประทานอาหาร การสัมผัสทางผิวหนัง ทางตา ทางหู ทางจมูก หรือโดยการฉีดหรือถูกกัดต่อยผ่านผิวหนัง ตัวการที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้มีอยู่รอบตัว สามารถกระตุ้นอวัยวะต่างๆ จนก่อให้เกิดอาการแพ้ได้
บทสัมภาษณ์ &#8211; รศ.ดร.อำไพ ปั้นทอง - รายการ &#8216;สุขและสวย โดย BIM100&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรคภูมิแพ้&#8221;
 


บทสัมภาษณ์ &#8211; ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา - รายการ &#8216;สุขและสวย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/bim100-1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-991" title="bim100" src="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/bim100-1-203x300.jpg" alt="bim100" width="203" height="300" /></a></p>
<p>โรคภูมิแพ้ หรือโรคแพ้ (Allergy) หมายถึง โรคที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีอาการไวผิดปกติต่อสิ่งซึ่งสามารถก่อให้เกิดภูมิแพ้ (Allergen) ซึ่งธรรมชาติสารเหล่านี้อาจไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้กับคนปกติทั่วไป<br />
โรคภูมิแพ้เกิดได้ทุกเพศทุกวัย เด็กอายุ 5 ถึง 15 ปี มักพบว่าเป็นบ่อยกว่าช่วงอายุอื่นๆ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่โรคแสดงออกหลังจากได้รับ &#8220;สิ่งกระตุ้น&#8221; มานานเพียงพอ อย่างไร<span id="more-990"></span>ก็บางคนอาจเริ่มเป็นโรคภูมิแพ้ตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ได้<br />
โรคภูมิแพ้นั้นมิใช่โรคติดต่อ แต่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม จากรุ่นคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย คุณพ่อคุณแม่ มาสู่ลูกหลานได้ อาจพบว่าในครอบครัวนั้นมีสมาชิกป่วยเป็นโรคภูมิแพ้หลายคน<br />
ตัวการที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ (Allergens) หรือ สิ่งกระตุ้น ซึ่งอาจเข้าสู่ร่างกายทางระบบหายใจ การรับประทานอาหาร การสัมผัสทางผิวหนัง ทางตา ทางหู ทางจมูก หรือโดยการฉีดหรือถูกกัดต่อยผ่านผิวหนัง ตัวการที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้มีอยู่รอบตัว สามารถกระตุ้นอวัยวะต่างๆ จนก่อให้เกิดอาการแพ้ได้</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080; font-size: xx-small;">บทสัมภาษณ์ &#8211; รศ.ดร.อำไพ ปั้นทอง - รายการ &#8216;<strong>สุขและสวย โดย BIM100</strong>&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรคภูมิแพ้&#8221;<br />
</span> <p><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888; font-size: xx-small;"><br />
</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080; font-size: xx-small;">บทสัมภาษณ์ &#8211; ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา - รายการ &#8216;<strong>สุขและสวย โดย BIM100</strong>&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรคภูมิแพ้&#8221;<br />
</span> <p><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888; font-size: xx-small;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานวิจัย BIM กับโรคข้อเข่าเสื่อม</title>
		<link>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=bim-%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a1</link>
		<comments>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Mar 2012 13:20:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระดูก ข้อเข่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiasianlife.com/bim/?p=999</guid>
		<description><![CDATA[
ปัจจัยที่ทำให้เกิดข้อเสื่อม
– อายุ อายุมากมีโอกาสเป็นมากเนื่องจากอายุการใช้งานมาก
- เพศ ผู้หญิงจะเป็นโรคเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย 2 เท่า
- น้ำหนัก ยิ่งน้ำหนักตัวมากข้อเข่าจะเสื่อมเร็ว
- ท่านั่ง ผู้ที่นั่งยองๆ นั่งขัดสมาธิ หรือนั่งพับเพียบนานๆจะพบข้อเข่าเสื่อมเร็ว
- การออกกำลังกาย  เป็นประจำและได้รับแคลเซียมเพียงพอจะชะลอการเสื่อมได้
-อุบัติเหตุ ผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุที่ข้อเข่าไม่ว่าจะกระดูกข้อเข่าแตกหรือเอ็นฉีก จะเกิดข้อเข่าเสื่อมได้
 
บทสัมภาษณ์ &#8211; รศ.ดร.อำไพ ปั้นทอง - รายการ &#8216;สุขและสวย โดย BIM100&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรคข้อเข่าเสื่อม&#8221;



บทสัมภาษณ์ &#8211; ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา &#8211; รายการ &#8216;สุขและสวย โดย BIM100&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรคข้อเข่าเสื่อม&#8221;



]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/bim100-1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-991" title="bim100" src="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/bim100-1-203x300.jpg" alt="bim100" width="203" height="300" /></a></p>
<p><strong>ปัจจัยที่ทำให้เกิดข้อเสื่อม</strong></p>
<p>– <strong>อายุ</strong> อายุมากมีโอกาสเป็นมากเนื่องจากอายุการใช้งานมาก<br />
- <strong>เพศ </strong>ผู้หญิงจะเป็นโรคเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย 2 เท่า<br />
- <strong>น้ำหนัก</strong> ยิ่งน้ำหนักตัวมากข้อเข่าจะเสื่อมเร็ว<br />
- <strong>ท่านั่ง</strong> ผู้ที่นั่งยองๆ นั่งขัดสมาธิ หรือนั่งพับเพียบนานๆจะพบข้อเข่าเสื่อมเร็ว<br />
- <strong>การออกกำลังกาย</strong>  เป็นประจำและได้รับแคลเซียมเพียงพอจะชะลอการเสื่อมได้<strong><br />
-อุบัติเหตุ </strong>ผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุที่ข้อเข่าไม่ว่าจะกระดูกข้อเข่าแตกหรือเอ็นฉีก จะเกิดข้อเข่าเสื่อมได้<strong><br />
<em> </em></strong><strong><span id="more-999"></span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080; font-size: xx-small;">บทสัมภาษณ์ &#8211; รศ.ดร.อำไพ ปั้นทอง - รายการ &#8216;<strong>สุขและสวย โดย BIM100</strong>&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรคข้อเข่าเสื่อม&#8221;<br />
</span><p><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888; font-size: xx-small;"><br />
</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080; font-size: xx-small;">บทสัมภาษณ์ &#8211; ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา &#8211; รายการ &#8216;<strong>สุขและสวย โดย BIM100</strong>&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรคข้อเข่าเสื่อม&#8221;<br />
</span><p><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888; font-size: xx-small;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานวิจัย BIM กับ รูมาตอยด์</title>
		<link>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-bim-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2-bim-%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a-%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%258c</link>
		<comments>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-bim-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Mar 2012 13:10:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รูมาตอยด์ เก๊าท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiasianlife.com/bim/?p=1017</guid>
		<description><![CDATA[
สาเหตุของโรครูมาตอยด์คืออะไร ? สาเหตุที่แท้จริงยังไม่เป็นที่ทราบแน่นอน แต่จากการศึกษาพบว่าโรคนี้มีส่วนเกี่ยวกับการติดเชื้อบางอย่าง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม
ผู้ใดบ้างที่เป็นโรครูมาตอยด์ได้ ? โรครูมาตอยด์สามารถเป็นได้กับทุกกลุ่มอายุตั้งแต่เด็กจนถึงวัยชรา แต่ส่วนใหญ่จะพบในผู้ป่วยวัยกลางคน และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย
เมื่อเป็นโรครูมาตอยด์จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ? เมื่อเป็นโรครูมาตอยด์ เยื่อบุข้อจะมีการเจริญงอกงามและมีการหนาตัว จากนั้นจะลุกลามทำลายกระดูกและข้อในที่สุด ในระยะแรกผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดตามข้อ มีอาการฝืดขัดข้อเป็นเวลานานในตอนเช้า เมื่อมีอาการชัดเจนข้อจะมีการบวม ร้อน และปวด โรคนี้สามารถเป็นได้กับทุกข้อของร่างกาย แต่ที่พบไดบ่อยคือข้อของนิ้วมือ ข้อมือ ข้อเข่า ข้อเท้า และข้อนิ้วเท้า อาการของข้ออักเสบจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ในบางรายอาจมีอาการรุนแรงแบบเฉียบพลันได้ บางรายอาจมีไข้ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดร่วมด้วยได้ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการทางระบบตา ปอด และมีปุ่มขึ้นตามตัวได้
บทสัมภาษณ์รายการ &#8216;สุขและสวย โดย BIM100&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรครูมาตอยด์&#8221;
 


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/bim100-1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-991" title="bim100" src="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/bim100-1-203x300.jpg" alt="bim100" width="203" height="300" /></a></p>
<p>สาเหตุของโรครูมาตอยด์คืออะไร ? สาเหตุที่แท้จริงยังไม่เป็นที่ทราบแน่นอน แต่จากการศึกษาพบว่าโรคนี้มีส่วนเกี่ยวกับการติดเชื้อบางอย่าง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม</p>
<p>ผู้ใดบ้างที่เป็นโรครูมาตอยด์ได้ ? โรครูมาตอยด์สามารถเป็นได้กับทุกกลุ่มอายุตั้งแต่เด็กจนถึงวัยชรา แต่ส่วนใหญ่จะพบในผู้ป่วยวัยกลางคน และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย</p>
<p>เมื่อเป็นโรครูมาตอยด์จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ? เมื่อเป็นโรครูมาตอยด์ เยื่อบุข้อจะมีการเจริญ<span id="more-1017"></span>งอกงามและมีการหนาตัว จากนั้นจะลุกลามทำลายกระดูกและข้อในที่สุด ในระยะแรกผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดตามข้อ มีอาการฝืดขัดข้อเป็นเวลานานในตอนเช้า เมื่อมีอาการชัดเจนข้อจะมีการบวม ร้อน และปวด โรคนี้สามารถเป็นได้กับทุกข้อของร่างกาย แต่ที่พบไดบ่อยคือข้อของนิ้วมือ ข้อมือ ข้อเข่า ข้อเท้า และข้อนิ้วเท้า อาการของข้ออักเสบจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ในบางรายอาจมีอาการรุนแรงแบบเฉียบพลันได้ บางรายอาจมีไข้ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดร่วมด้วยได้ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการทางระบบตา ปอด และมีปุ่มขึ้นตามตัวได้</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080; font-size: xx-small;">บทสัมภาษณ์รายการ &#8216;<strong>สุขและสวย โดย BIM100</strong>&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรครูมาตอยด์&#8221;<br />
</span> <p><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-bim-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888; font-size: xx-small;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-bim-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รูมาตอยด์</title>
		<link>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%258c-2</link>
		<comments>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Mar 2012 13:08:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รูมาตอยด์ เก๊าท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiasianlife.com/bim/?p=1014</guid>
		<description><![CDATA[
โรครูมาตอยด์คืออะไร ? โรครูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเด่นคือ มีการเจริญงอกงามของเยื่อบุข้ออย่างมาก เยื่อบุข้อนี้จะลุกลามและทำลายกระดูกและข้อในที่สุด โรคนี้มิได้เป็นแต่เฉพาะข้อเท่านั้น ยังอาจมีอาการทางระบบอื่น ๆ อีก เช่น ตา ประสาท กล้ามเนื้อ เป็นต้น
ข้ออักเสบเรื้อรังส่วนใหญ่เป็นโรครูมาตอยด์ใช่หรือไม่ ? ถึงแม้โรครูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยที่สุด แต่จะมีกลุ่มโรคข้ออักเสบเรื้อรังอื่น ๆ อีกมากที่เลียนแบบโรครูมาตอยด์ได้ ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เนื่องจากการรักษาจะแตกต่างกันออกไป

บทสัมภาษณ์รายการ &#8216;สุขและสวย โดย BIM100&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรครูมาตอยด์&#8221;
 


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/arthrinox.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-978" title="arthrinox" src="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/arthrinox-271x300.jpg" alt="รูมาตอยด์" width="271" height="300" /></a></p>
<p>โรครูมาตอยด์คืออะไร ? โรครูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเด่นคือ มีการเจริญงอกงามของเยื่อบุข้ออย่างมาก เยื่อบุข้อนี้จะลุกลามและทำลายกระดูกและข้อในที่สุด โรคนี้มิได้เป็นแต่เฉพาะข้อเท่านั้น ยังอาจมีอาการทางระบบอื่น ๆ อีก เช่น ตา ประสาท กล้ามเนื้อ เป็นต้น</p>
<p>ข้ออักเสบเรื้อรังส่วนใหญ่เป็นโรครูมาตอยด์ใช่หรือไม่ ?<span id="more-1014"></span> ถึงแม้โรครูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยที่สุด แต่จะมีกลุ่มโรคข้ออักเสบเรื้อรังอื่น ๆ อีกมากที่เลียนแบบโรครูมาตอยด์ได้ ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เนื่องจากการรักษาจะแตกต่างกันออกไป</p>
<p><!--more--></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080; font-size: xx-small;">บทสัมภาษณ์รายการ &#8216;<strong>สุขและสวย โดย BIM100</strong>&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรครูมาตอยด์&#8221;<br />
</span> <p><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-2/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888; font-size: xx-small;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อเข่าเสื่อม</title>
		<link>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a1</link>
		<comments>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Mar 2012 12:49:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระดูก ข้อเข่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiasianlife.com/bim/?p=993</guid>
		<description><![CDATA[
- ข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่มักพบในผู้สูงอายุ หรือในวัยกลางคนขึ้นไป โดยเฉพาะในเพศหญิง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงหนี่งที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้เร็วขึ้นนั่นคือ การมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป
- อาการข้อเข่าเสื่อม ก้จะเริ่มต้นด้วยการมีอาการปวดข้อ หลังจากที่มีอายุมากขึ้น อาการปวดข้อก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
- โรคข้อเข่าเสื่อม ที่กล่าวถึงกันอยู่เป็นประจำในความหมายของคนทั่วไป หมายถึง ภาวะที่ข้อเกิดความผิดปกติเนื่องจากสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงแบบถดถอย ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอายุที่มากขึ้น เรียกว่าข้อเข่าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ ถ้าหากว่า โรคข้อเข่าเสื่อมมีสาเหตุที่ผิดปกติที่เกิดกับข้อเข่ามาก่อน เช่น การอักเสบของข้อเข่าจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ติดเชื้อ ไขข้ออักเสบ กระดูกหัก เป็นต้น แล้วทำให้ในเวลาต่อมาผิวข้อผิดปกติ และเกิดข้อเสื่อมตามมา ข้อเสื่อมชนิดนี้เรียกว่าข้อเสื่อมทุติยภูมิ พบได้ประปรายในผู้ป่วยทุกอายุ แต่โดยรวมพบได้ไม่บ่อยเท่าข้อเสื่อมชนิดแรก

บทสัมภาษณ์รายการ &#8216;สุขและสวย โดย BIM100&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับข้อเข่าเสื่อม&#8221;



]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/knee-pain.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-982" title="ข้อเข่าเสื่อม" src="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/knee-pain-225x300.jpg" alt="ข้อเข่าเสื่อม" width="225" height="300" /></a></p>
<p>- ข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่มักพบในผู้สูงอายุ หรือในวัยกลางคนขึ้นไป โดยเฉพาะในเพศหญิง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงหนี่งที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้เร็วขึ้นนั่นคือ การมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป<br />
- อาการข้อเข่าเสื่อม ก้จะเริ่มต้นด้วยการมีอาการปวดข้อ หลังจากที่มีอายุมากขึ้น อาการปวดข้อก็จะมากขึ้นตามไปด้วย<br />
- โรคข้อเข่าเสื่อม ที่กล่าวถึงกันอยู่เป็นประจำในความหมายของคนทั่วไป <span id="more-993"></span>หมายถึง ภาวะที่ข้อเกิดความผิดปกติเนื่องจากสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงแบบถดถอย ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอายุที่มากขึ้น เรียกว่าข้อเข่าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ ถ้าหากว่า โรคข้อเข่าเสื่อมมีสาเหตุที่ผิดปกติที่เกิดกับข้อเข่ามาก่อน เช่น การอักเสบของข้อเข่าจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ติดเชื้อ ไขข้ออักเสบ กระดูกหัก เป็นต้น แล้วทำให้ในเวลาต่อมาผิวข้อผิดปกติ และเกิดข้อเสื่อมตามมา ข้อเสื่อมชนิดนี้เรียกว่าข้อเสื่อมทุติยภูมิ พบได้ประปรายในผู้ป่วยทุกอายุ แต่โดยรวมพบได้ไม่บ่อยเท่าข้อเสื่อมชนิดแรก</p>
<p><!--more--></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: x-small; color: #000080;">บทสัมภาษณ์รายการ &#8216;<strong>สุขและสวย โดย BIM100</strong>&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับข้อเข่าเสื่อม&#8221;</span><br />
<p><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888; font-size: xx-small;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title></title>
		<link>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/1264/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=1264</link>
		<comments>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/1264/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Mar 2012 10:51:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รูมาตอยด์ เก๊าท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiasianlife.com/bim/?p=1264</guid>
		<description><![CDATA[Arthrinox Capsule อาธริน็อกซ์ แคปซูล 
ราคา: 1,565 บาท  จำนวน: 60 เม็ด
ขนาด: 2-4 เม็ด/วัน (ขึ้นอยู่กับอาการ)
วิธี: ครั่งละ 1-2 แคปซูล  (1 ชม ก่อนนอนหรือก่อนอาหาร)
โรค: กระดูก ข้อเข่า รูมาตอยด์ เก๊าท์
อย.: 51-1-00739-1-0092
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.thaiasianlife.com/43-arthrinox-rheumatoid-capsule.html"><img class="alignleft size-full wp-image-1245" title="athinox" src="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/athinox.jpg" alt="" width="168" height="168" /></a><a href="http://www.thaiasianlife.com/43-arthrinox-rheumatoid-capsule.html">Arthrinox Capsule อาธริน็อกซ์ แคปซูล </a><br />
ราคา: 1,565 บาท  จำนวน: 60 เม็ด<br />
ขนาด: 2-4 เม็ด/วัน (ขึ้นอยู่กับอาการ)<br />
วิธี: ครั่งละ 1-2 แคปซูล  (1 ชม ก่อนนอนหรือก่อนอาหาร)<br />
โรค: กระดูก ข้อเข่า รูมาตอยด์ เก๊าท์<br />
อย.: 51-1-00739-1-0092</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/1264/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title></title>
		<link>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/1244/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=1244</link>
		<comments>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/1244/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Mar 2012 10:38:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระดูก ข้อเข่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiasianlife.com/bim/?p=1244</guid>
		<description><![CDATA[Arthrinox Capsule อาธริน็อกซ์ แคปซูล 
ราคา: 1,565 บาท  จำนวน: 60 เม็ด
ขนาด: 2-4 เม็ด/วัน (ขึ้นอยู่กับอาการ)
วิธี: ครั่งละ 1-2 แคปซูล  (1 ชม ก่อนนอนหรือก่อนอาหาร)
โรค: กระดูก ข้อเข่า รูมาตอยด์ เก๊าท์
อย.: 51-1-00739-1-0092
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.thaiasianlife.com/43-arthrinox-rheumatoid-capsule.html"><img class="alignleft size-full wp-image-1245" title="athinox" src="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/athinox.jpg" alt="" width="168" height="168" /></a><a href="http://www.thaiasianlife.com/43-arthrinox-rheumatoid-capsule.html">Arthrinox Capsule อาธริน็อกซ์ แคปซูล </a><br />
ราคา: 1,565 บาท  จำนวน: 60 เม็ด<br />
ขนาด: 2-4 เม็ด/วัน (ขึ้นอยู่กับอาการ)<br />
วิธี: ครั่งละ 1-2 แคปซูล  (1 ชม ก่อนนอนหรือก่อนอาหาร)<br />
โรค: กระดูก ข้อเข่า รูมาตอยด์ เก๊าท์<br />
อย.: 51-1-00739-1-0092</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/1244/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานวิจัย BIM กับสะเก็ดเงิน</title>
		<link>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=bim-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599</link>
		<comments>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Mar 2012 03:10:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สะเก็ดเงิน ผิวหนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiasianlife.com/bim/?p=1047</guid>
		<description><![CDATA[
โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อย และยังเป็นโรคที่รักษาแล้วไม่หายขาด แต่ถ้าผู้ป่วยได้รับการบำบัดที่ถูกต้อง ก็สามารถควบคุมให้รอยโรคหายไปได้หรือปรากฏได้น้อยที่สุด ในผู้ป่วยรายที่อาการไม่รุนแรงนัก รอยโรคอาจหายไปได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี การให้ความรู้เรื่องโรคแก่ผู้ป่วยและญาติเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำไปพร้อมๆกับการบำบัดทางยาเนื่องจากผู้ป่วยโรคนี้มีปมด้อยมากและต้องการการยอมรับจากคนอื่นที่อยู่รอบข้อง เพราะความเครียดทางจิตใจที่เป็นสาเหตุ ที่ทำให้โรคกำเริบได้ การให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วยจะช่วยระงับความวุ่นวายใจ ไม่ต้องคอยเปลี่ยนสถานที่รักษาบ่อยๆ อันเป็นปัญหาที่พบเป็นประจำ
การรักษาโรคสะเก็ดเงินในปัจจุบันมีวิธีการรักษา 3 ประเภท ได้แก่
การรักษาด้วยยาทา
มีความสำคัญในเวชปฏิบัติทั่วไปมากที่สุด เพราะเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูงวิธีนี้จะเหมาะกับรอยโรคที่เป็นไม่มากนักประมาณ ร้อยละ25 ของพื้นที่ผิวกาย ยาที่ใช้ได้แก่
Topical steroid ควรใช้ชนิดที่ความแรงปานกลาง เช่น Betamethasone ,Triamcinolone เป็นต้น ทาเฉพาะรอยโรควันละ 2 ครั้ง เมื่อผื่นยุบก็หยุดยาได้ สำหรับบริเวณผิวอ่อน เช่น ข้อพับ ใบหน้า ต้องใช้ steroid อย่างอ่อน เช่น Prednisolone หรือ Hydrocortisone cream สำหรับผื่นที่มีความหนามากควรใช้ steroid ที่มีความแรงสูง ได้แก่ Clobetasol ข้อดีของยากลุ่มนี้คือสะดวกทำให้รอยโรคหยุดได้เร็ว ข้อเสียคือ มีผลข้างเคียงเฉพาะที่มากหลังหยุดยารอยโรคมักจะเห่อขึ้นมาใหม่ได้เร็ว สำหรับผู้ป่วยบางรายที่ทา steroid ความแรงสูงเป็นบริเวณกว้างอยู่นาน สามารถทำให้เกิด Cushing syndrome [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/bim100-1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-991" title="bim100" src="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/bim100-1-203x300.jpg" alt="bim100" width="203" height="300" /></a></p>
<p>โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อย และยังเป็นโรคที่รักษาแล้วไม่หายขาด แต่ถ้าผู้ป่วยได้รับการบำบัดที่ถูกต้อง ก็สามารถควบคุมให้รอยโรคหายไปได้หรือปรากฏได้น้อยที่สุด ในผู้ป่วยรายที่อาการไม่รุนแรงนัก รอยโรคอาจหายไปได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี การให้ความรู้เรื่องโรคแก่ผู้ป่วยและญาติเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำไปพร้อมๆกับการบำบัดทางยาเนื่องจากผู้ป่วยโรคนี้มีปมด้อยมากและต้องการการยอมรับจากคนอื่นที่อยู่รอบข้อง เพราะความเครียดทางจิตใจที่เป็นสาเหตุ ที่ทำให้โรคกำเริบได้ <span id="more-1047"></span>การให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วยจะช่วยระงับความวุ่นวายใจ ไม่ต้องคอยเปลี่ยนสถานที่รักษาบ่อยๆ อันเป็นปัญหาที่พบเป็นประจำ<br />
การรักษาโรคสะเก็ดเงินในปัจจุบันมีวิธีการรักษา 3 ประเภท ได้แก่</p>
<p>การรักษาด้วยยาทา<br />
มีความสำคัญในเวชปฏิบัติทั่วไปมากที่สุด เพราะเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูงวิธีนี้จะเหมาะกับรอยโรคที่เป็นไม่มากนักประมาณ ร้อยละ25 ของพื้นที่ผิวกาย ยาที่ใช้ได้แก่</p>
<p>Topical steroid ควรใช้ชนิดที่ความแรงปานกลาง เช่น Betamethasone ,Triamcinolone เป็นต้น ทาเฉพาะรอยโรควันละ 2 ครั้ง เมื่อผื่นยุบก็หยุดยาได้ สำหรับบริเวณผิวอ่อน เช่น ข้อพับ ใบหน้า ต้องใช้ steroid อย่างอ่อน เช่น Prednisolone หรือ Hydrocortisone cream สำหรับผื่นที่มีความหนามากควรใช้ steroid ที่มีความแรงสูง ได้แก่ Clobetasol ข้อดีของยากลุ่มนี้คือสะดวกทำให้รอยโรคหยุดได้เร็ว ข้อเสียคือ มีผลข้างเคียงเฉพาะที่มากหลังหยุดยารอยโรคมักจะเห่อขึ้นมาใหม่ได้เร็ว สำหรับผู้ป่วยบางรายที่ทา steroid ความแรงสูงเป็นบริเวณกว้างอยู่นาน สามารถทำให้เกิด Cushing syndrome ได้</p>
<p>Coal tar ชนิด 1-5% ทาที่รอยโรควันละ 1-2 ครั้ง ช่วยให้รอยโรคยุบได้ เพราะมีฤทธิ์ Antimitotic แต่ยาประเภทนี้ไม่มีในท้องตลาดต้องให้สัชกรผสมยา<br />
Anthralin มีฤทธิ์ทำให้รอยโรคที่เป็นปื้นหนาลดลงปัจจุบันใช้ทาในระยะสั้น 10-30 นาทีแล้วล้างออก ในทางปฏิบัติควรเริ่มด้วยความเข้มข้นต่ำๆ เช่น 0.1% แล้วค่อยๆเพิ่มความเข้มข้นขึ้นไป 3-5 วัน เป็น 0.25% จนถึง 1% ตามลำดับ ยานี้ห้ามใช้กับใบหน้าและผิวอ่อน</p>
<p>Calcipotriol ointment เป็น vitamin D3 analogue มีฤทธิ์ลดการแบ่งตัวของเซลล์ในชั้น epidermis และลด Chemotaxis ของ Neutrophill ทำให้รอยโรคยุบลงได้ ข้อดีคือ ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง ข้อเสีย มีฤทธิ์ระคายเคืองค่อนข้างสูงและราคาแพง</p>
<p><!--more--></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080; font-size: xx-small;">บทสัมภาษณ์รายการ &#8216;<strong>สุขและสวย โดย BIM100</strong>&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรคสะเก็ดเงิน&#8221;<br />
</span> <p><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888; font-size: xx-small;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/bim-%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานวิจัย BIM กับ กระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน</title>
		<link>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-3/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25b0-%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599-3</link>
		<comments>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Mar 2012 02:22:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระเพาะ กรดไหลย้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiasianlife.com/bim/?p=1027</guid>
		<description><![CDATA[
โรคการไหลย้อนจากกระเพาะอาหารมาหลอดอาหาร หรือที่นิยมเรียกว่า โรคกรดไหลย้อน (อังกฤษ: Gastro-Esophageal Reflux Disease; GERD) คือภาวะที่มีกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร ซึ่งหลอดอาหารเป็นอวัยวะที่ไม่ทนต่อกรด จึงทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร ซึ่งโดยปกติ หลอดอาหารจะมีการบีบตัวไล่อาหารลงด้านล่างและหูรูด ทำหน้าที่ป้องกันการไหลย้อนของน้ำย่อย กรด หรืออาหาร ไม่ให้ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร แต่ในปัจจุบัน หูรูดส่วนนี้ทำงานได้น้อยลงในบางคน ซึ่งจะตรวจพบได้ประมาน 1 ใน 5 คน พบในคนทั่วไป ทุกกล่ม ทุกช่วงอายุ แต่จะพบได้มากในคนอ้วน หรือสูบบุหรี่ และการไหลย้อนของกรด ถ้ามีมาก อาจไหลออกนอกหลอดอาหาร อาจทำให้มีผลต่อกล่องเสียง ลำคอ หรือปอดได้ ซึ่งหากละเลยไม่ไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษา อาจทำให้เรื้อรังกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้
แผนภาพแสดงโรคกรดไหลย้อน
ภาวะของโรคกรดไหลย้อน แบ่งออกเป็น 3 ระดับ
ระดับแรก ผู้ป่วยมีภาวะกรดไหลย้อนบ้างในบางครั้ง เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง แล้วก็หายไป ไม่มีผลต่อสุขภาพมากมาย (Gastro-Esophageal Reflux : GER)
ระดับสอง ผู้ป่วยจะมีอาการกรดไหลย้อนขึ้นมาเฉพาะที่บริเวณหลอดอาหาร (Gastro-Esophageal Reflux Disease : [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/stomach.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-984" title="โรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน" src="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/stomach.jpg" alt="โรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน" width="167" height="283" /></a></p>
<p>โรคการไหลย้อนจากกระเพาะอาหารมาหลอดอาหาร หรือที่นิยมเรียกว่า โรคกรดไหลย้อน (อังกฤษ: Gastro-Esophageal Reflux Disease; GERD) คือภาวะที่มีกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร ซึ่งหลอดอาหารเป็นอวัยวะที่ไม่ทนต่อกรด จึงทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร ซึ่งโดยปกติ หลอดอาหารจะมีการบีบตัวไล่อาหารลงด้านล่างและหูรูด ทำหน้าที่ป้องกันการไหลย้อนของน้ำย่อย กรด หรืออาหาร <span id="more-1027"></span>ไม่ให้ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร แต่ในปัจจุบัน หูรูดส่วนนี้ทำงานได้น้อยลงในบางคน ซึ่งจะตรวจพบได้ประมาน 1 ใน 5 คน พบในคนทั่วไป ทุกกล่ม ทุกช่วงอายุ แต่จะพบได้มากในคนอ้วน หรือสูบบุหรี่ และการไหลย้อนของกรด ถ้ามีมาก อาจไหลออกนอกหลอดอาหาร อาจทำให้มีผลต่อกล่องเสียง ลำคอ หรือปอดได้ ซึ่งหากละเลยไม่ไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษา อาจทำให้เรื้อรังกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้</p>
<p>แผนภาพแสดงโรคกรดไหลย้อน<br />
ภาวะของโรคกรดไหลย้อน แบ่งออกเป็น 3 ระดับ<br />
ระดับแรก ผู้ป่วยมีภาวะกรดไหลย้อนบ้างในบางครั้ง เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง แล้วก็หายไป ไม่มีผลต่อสุขภาพมากมาย (Gastro-Esophageal Reflux : GER)<br />
ระดับสอง ผู้ป่วยจะมีอาการกรดไหลย้อนขึ้นมาเฉพาะที่บริเวณหลอดอาหาร (Gastro-Esophageal Reflux Disease : GERD)<br />
ระดับสาม ผู้ป่วยมีกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารมาก จนไหลขึ้นไปถึงกล่องเสียง หรือหลอดลม (Laryngo-Pharyngeal Reflux : LPR)</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080; font-size: xx-small;">บทสัมภาษณ์ &#8211; รศ.ดร.อำไพ ปั้นทอง - รายการ &#8216;<strong>สุขและสวย โดย BIM100</strong>&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน&#8221;<br />
</span> <p><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-3/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888; font-size: xx-small;"><br />
</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080; font-size: xx-small;">บทสัมภาษณ์- ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา - รายการ &#8216;<strong>สุขและสวย โดย BIM100</strong>&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับโรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน&#8221;<br />
</span> <p><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-3/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888; font-size: xx-small;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานวิจัย BIM กับ เบาหวาน</title>
		<link>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-bim-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2-bim-%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599</link>
		<comments>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-bim-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Mar 2012 02:05:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เบาหวาน ความดัน หัวใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiasianlife.com/bim/?p=1011</guid>
		<description><![CDATA[
จะต้องใช้ยาเบาหวานต่อหรือไม่เมื่อเจ็บป่วย ?
“ส่วนใหญ่คนไข้เบาหวานมักมีภาวะน้ำตาลต่ำ เนื่องจากทานอาหารไม่ได้ ดังนั้นควรลดยาเบาหวาน”
- ปัญหานี้ค่อนข้างตอบตรง ๆ ลำบาก เนื่องจากผลลัพธ์ในผู้ป่วยยามเจ็บป่วยอาจเกิดภาวะน้ำตาลสูง หรือภาวะน้ำตาลต่ำ เนื่องจากทานอาหารได้น้อยก็ได้ โดยทั่วไปขอแนะนำให้ลดยาที่ใช้ลงมาก่อน เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ถ้าภาวะเจ็บป่วยติดต่อกันหลายวันต้องมาพบแพทย์เพื่อประเมินสภาพน้ำตาล และภาวะกรดเกินในเลือดมีหรือไม่
คนไข้เบาหวานไม่ใช่คุมแต่ระดับน้ำตาล ?
“นอกจากน้ำตาล ไขมันในเลือดสูง ความอ้วน โรคความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ก็ต้องได้รับความสนใจรักษา”
บทสัมภาษณ์รายการ &#8216;สุขและสวย โดย BIM100&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับ เบาหวาน&#8221;
 


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/bim100-1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-991" title="bim100" src="http://www.thaiasianlife.com/bim/wp-content/uploads/2012/03/bim100-1-203x300.jpg" alt="bim100" width="203" height="300" /></a></p>
<p>จะต้องใช้ยาเบาหวานต่อหรือไม่เมื่อเจ็บป่วย ?<br />
“ส่วนใหญ่คนไข้เบาหวานมักมีภาวะน้ำตาลต่ำ เนื่องจากทานอาหารไม่ได้ ดังนั้นควรลดยาเบาหวาน”<br />
- ปัญหานี้ค่อนข้างตอบตรง ๆ ลำบาก เนื่องจากผลลัพธ์ในผู้ป่วยยามเจ็บป่วยอาจเกิดภาวะน้ำตาลสูง หรือภาวะน้ำตาลต่ำ<span id="more-1011"></span> เนื่องจากทานอาหารได้น้อยก็ได้ โดยทั่วไปขอแนะนำให้ลดยาที่ใช้ลงมาก่อน เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ถ้าภาวะเจ็บป่วยติดต่อกันหลายวันต้องมาพบแพทย์เพื่อประเมินสภาพน้ำตาล และภาวะกรดเกินในเลือดมีหรือไม่<br />
คนไข้เบาหวานไม่ใช่คุมแต่ระดับน้ำตาล ?<br />
“นอกจากน้ำตาล ไขมันในเลือดสูง ความอ้วน โรคความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ก็ต้องได้รับความสนใจรักษา”</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080; font-size: xx-small;">บทสัมภาษณ์รายการ &#8216;<strong>สุขและสวย โดย BIM100</strong>&#8216; &#8211; &#8220;Operation BIM กับ เบาหวาน&#8221;<br />
</span> <p><a href="http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-bim-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #888888; font-size: xx-small;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiasianlife.com/bim/2012/03/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-bim-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

