กระดานสนทนา

กระดานสนทนาสุขภาพ เพื่อการสร้า่งสุขภาพที่ดีให้กับตัวเราและแบ่งปันให้คนรอบข้าง…
Current User: Guest
Please consider registering

 
Search Forums:


 




ทุกเรื่องของ “สิว”

Post

admin - Admin

7:09 pm - May 28, 2009

posts 134

 
1
ทุกเรื่องของ “สิว”  
   

สิวเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยมาก เพราะ ไม่ได้จำกัดว่าจะเกิดในวัยรุ่นเท่านั้น หากแต่สามารถพบเห็นได้บ่อยขึ้นในผู้ที่พ้นการ เป็นวัยรุ่นไปแล้ว ซึ่งอาจมีสาเหตุที่แตกต่างจาก การเป็นสิวในวัยรุ่น

สิวอาจแบ่งออกตามลักษณะได้ 2 อย่างด้วยกัน คือ สิวอุดตัน(สิวหัวดำและสิว หัวขาว) และสิวอักเสบสิวอุดตันที่เป็นสิวหัวดำสามารถกด หรือบีบให้ออกมาได้โดยไม่ยากนัก ตรงกันข้ามกับสิวหัวขาวหรือสิวอุดตันที่รูเปิดค่อนข้างตีบที่กดหรือบีบ ให้ออกมาได้ไม่ง่ายนักหรือบางทีก็ไม่ออกมาเลย สิวหัวขาวเหล่านี้เป็นต้นกำเนิดของสิวอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นสิวชนิดไหนก็ตาม ถ้าอยู่บนใบหน้า ก็คงจะทำให้ผู้เป็นเจ้าของไม่สบายใจหรือลดความมั่นใจในรูปลักษณ์ของ ตนเองไม่มากก็น้อย


สิวจะเป็นเฉพาะบริเวณที่มีต่อมไขมันเท่านั้น ดัง นั้นบริเวณที่มีต่อมไขมันมากเช่น ใบหน้า หน้าอก และหลัง จึงเป็นสิวบ่อยกว่าที่อื่น การเปลี่ยนแปลง ของฮอร์โมน ในวัยรุ่นเป็นตัวทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงที่ต่อมไขมัน เพราะต่อมไขมันอยู่ภาย ใต้อิทธิพลของฮอร์โมนเพศ


ปัจจุบันเชื่อว่า ไขมัน (Sebum) ที่ถูกสร้างจากต่อม ไขมันนั้นเองที่เป็นสิ่ง ที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของขี้ไคลที่อยู่ตรงรูเปิด ให้ไขมัน ออกไป ขี้ไคลจะเหนียวขึ้นและทำให้เกิด สิวอุดตันตามมา อย่างไรก็ตามก็มีสาร อีกหลายตัว ที่เป็นตัวที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของขี้ไคลและ ทำให้เกิดสิวอุดตัน ได้ อาจจะอยู่ในเครื่องสำอางค์หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับหน้าหรือตัว ถ้ารูเปิดค่อนข้าง ใหญ่ก็เป็นสิวหัวดำให้เราเห็น แต่ถ้ารูเปิดเล็กก็จะเป็น สิวหัวขาวซึ่งอาจจะกลายเป็น สิวอักเสบต่อไปในอนาคต เมื่อเกิดสิวอุดตัน ไขมันที่ถูกสร้างจากต่อมไขมันก็จะ ถูก ขังอยู่ภายในท่อ แล้วเชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่แล้วในท่อ ก็จะใช้ ไขมันเป็นอาหารของมัน จากนั้นมันก็ปล่อยของ เสียหรือสิ่งที่มันย่อยแล้ว (Free Fatty Acids) ออกมา ตัว Free Fatty Acids นี้เองที่จะทำให้เกิดการระคาย เคืองในท่อ อาจทำให้ท่อ นั้นแตกแล้วไขมันที่ถูกสร้าง จากต่อมไขมันรวมทั้งขี้ไคลก็อาจตกลงมาอยู่ในเนื้อเยื่อ ข้าง ๆ


ท่อไขมันและขี้ไคลนี้ก็จะเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้เกิด การอักเสบและเป็น หนองขึ้น นี่ก็คือ สิวอักเสบนั่นเอง บางคนจะนิยมบีบสิวอักเสบเพราะสังเกตได้ว่า เมื่อบีบแล้วมันจะหายได้เร็วขึ้นซึ่งก็เป็นความจริง เพราะเมื่อบีบออกไป หัวสิวหรือ ไขมันและขี้ไคล ที่อยู่ใต้การอุดตันและเป็นสาเหตุของสิวอักเสบ ก็จะ ถูกกำจัดไป การ อักเสบจึงหายได้รวดเร็ว แต่ข้อเสียของการบีบสิวแกะสิวก็มีเช่นกัน อย่างเช่น ถ้าทำ ไม่สะอาดก็จะมีการติดเชื้อซ้ำซ้อนลงไปหรือถ้า บีบเค้นแรงเกินไป แทนที่หัวสิวจะ หลุดออกมา กลับ ลงลึกลงไปอีก ทำให้การอักเสบกระจายมากขึ้นได้ ทั้งสองกรณีนี้จึง อาจจะทำให้เกิดแผลเป็นหรือเป็น รอยดำอยู่นาน ในบางคนสิวอักเสบจะเป็นเม็ด ใหญ่ๆ ที่เรียกว่า เป็นสิวหัวช้าง และมักจะทิ้งรอยแผลเป็น ไว้มาก


กรรมพันธุ์เป็นสิ่ง หนึ่งที่อาจจะเกี่ยวข้องกับ ภาวะเช่นนี้ จากข้อความที่เขียนมาข้างต้นนี้ จะเห็น ได้ว่า สิวอักเสบโดยทั่วไปไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ หากแต่เป็นปฏิกริยาต่อไขมันและขี้ไคล ที่หลุดลงมา อยู่ในเนื้อเยื่อใกล้ ๆ กับท่อของต่อมไขมัน เมื่อสิวอัก เสบหายไปแล้ว บาง ครั้งอาจจะเกิด Cyst หรือถุงขึ้น มาใต้ผิวหนัง คลำได้เป็นก้อน ขนาดต่าง ๆ กันออก ไป Cyst นี้เกิดขึ้นเพราะเมื่อสิวอักเสบ เซลล์ที่มีความ สามารถในการแบ่งตัว เช่น เซลล์ชั้นล่างสุดของผิวหนัง ชั้นบน (Epidermis) หรือเซลล์ที่บุท่อของต่อมไขมัน หรือขุมขน อาจหลุดมาอยู่ใต้ผิวหนังและไม่มีทางเปิด ออกไปสู่ภายนอก เซลล์เหล่า นี้ก็จะแบ่งตัวตามธรรม ชาติของมัน เซลล์ใหม่ก็จะเจริญเติบโตแล้วก็กลาย เป็นเซลล์ ที่ตายแล้วหรือ ขี้ไคลแต่ถูกขังอยู่ภายใต้ผิว หนังโดยมีเซลล์ต้นกำเนิดของมันหุ้ม อยู่เป็นผนังของ ถุง(Cystic Wall) Cyst จะโตขึ้นจะถึงขนาดหนึ่งก็จะ หยุดโต เหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าเต็มที่แล้ว เพราะเซลล์ที่สามารถแบ่งตัวได้นั้นอาจจะหมดความ สามารถในการแบ่งตัวไปเองหรือเป็นเพราะถูกเบียด โดยสิ่งที่อยู่ใน Cyst นั้นจนหมด ความสามารถในการ แบ่งตัวไป ถ้าไปบีบ ๆ จับ ๆ Cyst บ่อย ๆ Cyst ก็อาจ จะแตกแล้ว สิ่งที่อยู่ใน Cyst หรือเซลล์ที่ตายแล้วก็จะ หลุดออกมาทำให้เกิดการอักเสบหรือเป็น หนองได้ ถ้า Cyst ขนาดไม่ใหญ่และไม่อยู่ในตำแหน่งที่ขัดตา ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้อง เอาออก แต่ถ้า Cyst ใหญ่หรือเคยอักเสบอยู่บ่อยครั้งไม่ว่าจากตัวของมัน เองหรือจากการ ที่ถูกบีบหรือกดทับ ก็อาจพิจารณาผ่าตัดเอาออกได้


การกินอาหารมัน ๆ ทั้ง หลายก็ไม่ได้เป็นสาเหตุของสิว เพราะอาหารมัน ๆ เหล่านั้น จะถูกย่อยสลายเป็นกรด ไขมันเล็ก ๆ แล้วถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต แล้วต่อม ไขมัน จึงจะเอากรดไขมันเล็ก ๆ เหล่านี้มาประกอบเป็น ไขมันขนาดใหญ่ขึ้น ถ้าเปรียบเทียบ ก็สามารถเปรียบ กรดไขมันเล็ก ๆ เป็นตัวต่อ Lego ชิ้นเล็ก ๆ ไม่กี่แบบ และไขมันที่ถูกสร้างจากต่อมไขมันก็เปรียบเหมือน Lego ที่ต่อเสร็จแล้วเป็นรูปรถ รูปเรือ หรือรูปบ้าน ส่วนไขมันที่เรากินเข้าไปก็เปรียบเหมือน Lego รูปอื่นๆ ที่ไม่ใช่รูป รถ รูปเรือ หรือรูปบ้าน นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศอย่าง เช่น ในวัยรุ่น หรือช่วงการตั้งครรภ์


การกินหรือทายาใน กลุ่มสเตอรอยด์ ก็สามารถทำให้เกิดสิวได้ ยากินที่ใช้ใน ผู้ป่วยทางจิต เวชโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ Lithium ก็เป็นสาเหตุอีกประการของการเป็นสิว ในการใช้ยา ทา พวกสเตอรอยด์ ถ้าทาอยู่นานพอในบริเวณหน้า หน้าอก หรือหลัง ก็จะสามารถทำ ให้เป็นสิวได้ ในบางคนที่เป็นโรคภูมิแพ้หรืออาการแพ้ต่าง ๆ ที่รุนแรง อาจจำเป็นต้อง ใช้ยากินหรือฉีดที่มีส่วนประกอบของ สเตอรอยด์ แม้ว่าใช้ไม่นานนัก บางครั้งก็สามารถ เป็นสิว ได้ สิวที่เกิดขึ้นจากยาพวกนี้มักมีรูปแบบเฉพาะของตัว เอง กล่าวคือ เป็นสิวที่เห่อ ขึ้นมาเป็นตุ่มหนองหรือตุ่มแดงๆ เหมือนกันหมด และเป็นกระจุกหรือเป็นปื้นใกล้ ๆ กัน


การรักษาสิวสามารถทำได้หลายวิธี และแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อ เสียแตกต่างกันออกไป เริ่มต้นด้วยการรักษาที่นิยมกันทั่ว ไปคือ การใช้ยากินในกลุ่มของยาปฏิชีวนะร่วมกับยาทา ยาในกลุ่มของยาปฏิชีวนะนั้นอาจเป็นยาในกลุ่มของ Tetracycline, Erythomycin, Sulfa และแม้แต่ Penicillin โดยกลไกในการออกฤทธิ์น่าจะเกี่ยวข้องกับการลดจำนวน เชื้อ Propionibacterium acnes ที่อาศัยอยู่ในท่อต่อม ไขมันและเป็นตัวใช้ไขมันที่ขัง อยู่เป็นอาหาร แล้วปล่อย กรดไขมันออกมา อันจะทำให้เกิดสิวอักเสบ


นอกจากนี้ยัง พบว่า ยาปฏิชีวนะบางตัวยังมีฤทธิ์ในการลดการอักเสบ ได้โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลดจำนวน แบคทีเรียที่ว่า เลย ยาในกลุ่มของ Tetracycline, Sulfa และ Penicillin ก็มีราคาไม่แพง จึงเป็นที่นิยมโดยทั่วกัน สำหรับข้อเสีย ของยาในกลุ่มนี้คือ มีโอกาสที่จะแพ้ยาได้และอาการ ของการแพ้ยาอาจมีน้อยหรือรุนแรงจนกระทั่งถึงแก่ชีวิต ก็มีโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือพวก Sulfa สำหรับ Tetracycline อาการของการแพ้ยาอาจมีได้ตั้งแต่ คลื่นไส้ อาเจียร ผื่น แพ้ยาชนิดต่าง ๆ ไปจนกระทั่งถึงความผิดปกติของตับ การดื้อต่อยาปฏิชีวนะของเชื้อในลำ ไส้จนทำให้ลำไส้อักเสบ ฟันเหลืองในเด็กที่คุณแม่ได้รับยาขณะที่ตั้งครรภ์ นอกจากนี้ยา ปฏิชีวนะทุกตัวที่ใช้ในการรักษาสิวอาจทำให้มีการเป็นตกขาว จากเชื้อราได้ด้วย เพราะอาจ เกิดการเปลี่ยนแปลงภาวะสม ดุลย์ของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด


ในความเห็น ของผู้เขียน การใช้ยาปฏิชีวนะจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรใช้อยู่เป็น เวลานาน ๆ (เกินสองสัปดาห์) และไม่เหมาะกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและไม่ได้คุมกำเนิด เพราะยาทั้ง Sulfa และ Tetracycline มีผลไม่ดีแน่ต่อเด็ก ในครรภ์ นอกจากนี้ก็ควรใช้ภายใต้การดูแลจากแพทย์ ที่เอาใจใส่และได้รับการบอกให้ทราบถึงผลข้างเคียงที่อาจ จะเกิดจากยาด้วย

ในการรักษาสิวมียาทาที่ใช้ด้วยกันหลายอย่าง ที่ใช้โดยทั่วไป จะเป็นยาทาที่เป็นยา ปฏิชีวนะ ยาที่เป็นกรดวิตามินเอ ยาที่อยู่ในจำพวก Benzoyl peroxide ยาทาที่มีส่วน ประกอบของ Resorcinol และ Sulfur เป็นต้น ยาทาเกือบทุกตัวจะระคายผิวไม่มากก็น้อย จึงควรทาบาง ๆ โดยเฉพาะ ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอและ Benzoyl peroxide ยาทา ที่เป็นยาปฏิชีวนะก็ออกฤทธิ์โดยการมีผลต่อเชื้อแบคทีเรีย ส่วนยาทาตัวอื่นมีผลในการทำ ให้สิวอุดตันหายไปหรือลดการเกิดสิวอุดตัน อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของยาทาก็ค่อน ข้างจำกัด จึงใช้ได้ในผู้ที่เป็นสิวไม่รุนแรงนัก มิเช่นนั้นก็ต้องใช้ยารับประทานร่วมด้วย ยา ทาในกลุ่มของ Benzoyl peroxide อาจทำให้เกิดผื่นแดง เห่อ คันหรือแสบได้ จึงควร หยุดใช้ถ้ามีอาการดังกล่าว ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอมักจะทำให้ผิวแห้งและลอกได้ จึงควร ทาบาง ๆ หรือในการเริ่มใช้ยาอาจใช้ทาแค่ 5 - 10 นาที แล้วล้างออก เพื่อเป็นการลดการ ระคายเคืองลง เมื่อผิวเริ่มชินกับยาหรือไม่มีการแพ้ยา จึงทาทิ้งไว้นานขึ้น

ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอที่เป็นยารับประทาน มักจะได้ผลดีมากในการรักษาสิวทั้งที่เป็นน้อยและเป็นมาก แต่ยามีราคาค่อนข้างแพงและมีผลข้างเคียง บางประ การที่ผู้ใช้ควรรับทราบ คือ จะทำให้ผิวแห้งลง ริมฝีปาก แห้ง ตา แห้งลงไปโดยเฉพาะในคนที่ใส่ Contact Lens สำหรับผู้หญิงที่แต่งงาน แล้วมีข้อห้ามในการตั้งครรภ์ใน ระหว่างใช้ยานี้และหลังหยุดยาแล้วหนึ่งเดือน ในคนผิวขาวอาจจะเกิดการระคายเคืองจากแสงแดด ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ยาในกลุ่มนี้อ อกฤทธิ์โดยการทำ ให้ต่อมไขมันสร้างไขมันน้อยลงและ ทำให้ขี้ไคลหลุดลอกง่ายขึ้น การเกิดสิวอุดตันจึงมีน้อยลง


ผลข้างเคียงของยาจะสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณของ ยา คือ ยิ่งใช้ยาในปริมาณสูงก็ยิ่งมีผลข้างเคียงที่กล่าว มาแล้วมากขึ้น รุนแรงขึ้น นอก จากนี้ยังอาจมีผลข้าง เคียงอื่นได้อีก เช่น ผมร่วง ปวดศีรษะ หรืออาการที่คล้าย กับการ ที่ได้รับวิตามินเอมากเกินไป บางรายจะมีอา การปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเหมือนออกกำลังกาย มามาก ๆ สำหรับเรื่องของความผิดปกติของเอนไซม์ของตับและ การเพิ่มขึ้นของไขมัน ( Cholesterol และ Triglycerides ) อาจพบได้บ้าง แม้ว่าในอดีตจะมีการ แนะนำ ให้มีการเจาะเลือดเพื่อดูผลข้างเคียงในเรื่อง นี้เป็นระยะ ๆ ในผู้ที่ได้รับยาตัวนี้ แต่การศึก ษาภายหลัง กับผู้ที่ได้รับยาตัวนี้ 209 คน เป็นเวลา 16 สัปดาห์ ก็ไม่พบ ความผิดปกติ แต่อย่างใดในเลือด ผลการรักษาด้วยยานี้จะ สัมพันธ์กับระยะเวลาที่ได้รับยา กล่าวคือ สิวจะหายไปได้นาน ถ้ารับประทานยาอยู่นาน


อย่างไรก็ตามในประสบการณ์ของ ผู้เขียน พบว่า การใช้ยานาน 4 - 6 เดือนเป็นระยะเวลาที่น่า จะเหมาะสม และคนเอเชียรับประ ทานยาในขนาดต่ำกว่า ชาวตะวันตกก็ได้ผลดีแล้ว ซึ่งอาจเป็นความแตกต่างใน Metabolism ของยาในแต่ละเชื้อชาติก็เป็นได้ ผลข้าง เคียงที่พบบ่อย คือ เรื่องผิวแห้ง ปากแห้ง ก็สามารถทำให้ลดลงไปได้ด้วยการทาโลชั่นทาผิวและ ขี้ผึ้งทาปาก สำหรับตา แห้งก็อาจใช้น้ำตาเทียมหยอดเพื่อ ช่วยให้ตาแห้งลดลง ในผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและยัง ไม่ทราบ ว่า ตัวเองตั้งครรภ์หรือเปล่า ควรเริ่มใช้ยาต่อเมื่อมีประจำ เดือนครั้งต่อไปแล้ว และต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีที่มีประ สิทธิภาพ ตราบเท่าที่ใช้ยาอยู่และหลังหยุดยาแล้วหนึ่ง เดือน ในคนที่ผิวขาวหรือไวต่อแดด ควรทายากันแดดไว้ด้วยขณะ ที่กินยาตัวนี้อยู่


การกินอาหารที่มี Beta-carotene สูง เช่น ฟักทอง แครอต มะละกอ ไม่เป็นข้อห้ามแต่อย่างใด แต่ไม่ควรกินวิตามินเอหรือวิตามินรวมที่มีวิตามินเออยู่ด้วย เพราะอาจทำให้เกิดการเป็นพิษ จากวิตามินเอที่มากเกินไป เมื่อหยุดใช้ยาตัวนี้แล้ว สิวจะหายไปได้อีกพักหนึ่ง อาจจะ แค่สอง สามเดือนหรือหลาย ๆ เดือนก็ได้ ถ้าใช้ยาในขนาดสูงและนานก็จะหายไปนานแต่ผลข้าง เคียงก็จะมากตามไปด้วย จึงต้องเลือกขนาดยาให้เหมาะ สมกับผู้ที่เป็นสิวตามความ ชำนาญ ของแพทย์ผู้สั่งยา ในวัยรุ่น สิวมักจะกลับมาเป็นอีก การกลับมาใช้ยาตัวนี้อีกเป็นครั้งคราว ไม่มีผลเสียอื่นแต่อย่าง ใด ไม่ว่า จะเป็นเรื่องผลตกค้างหรือผลต่อการเจริญเติบโต การพัฒนา ของร่างกาย และการตั้งครรภ์ต่อไปในอนาคต


ในกรณีที่เพิ่งเกิดสิวอักเสบขึ้นมา การใช้ยา สเตอรอยด์ฉีดเข้าไปในตำแหน่งที่อักเสบนั้นก็สามารถทำ ให้สิวยุบได้เร็ว เพราะสเตอรอยด์จะ ไประงับการอักเสบ แต่สิวอุดตันในตำแหน่งนั้นไม่ได้หายไป และสเตอรอยด์เอง ก็สามารถทำ ให้เกิดสิวอุดตันใหม่ขึ้นมาได้อีก การใช้ยาฉีดจึงควรเลือกใช้สำหรับในผู้ที่เกิดสิวอักเสบระยะ ต้นและต้องไปงาน ซึ่งจำเป็นต้องให้สิวหายเร็วเท่านั้น ผลข้าง เคียงของการฉีดยาคือ อาจเกิดรอยด่างในบริเวณฉีดยาซึ่ง อาจอยู่เป็นสัปดาห์หรือ เป็นเดือน และบางทีก็อาจเกิด รอยบุ๋มในตำแหน่งที่ฉีดยาซึ่งกว่าจะเป็นปกติก็มักจะใช้เวลา เป็นเดือนเช่นกัน

เมื่อเข้าใจเรื่องการเกิดสิวดีแล้ว จะเห็นได้ว่าสิวไม่ได้เกี่ยว ข้องกับความสกปรกเลย การ ใช้สบู่ในการล้างหน้ากำจัดสิว จึงไม่น่าจะได้ผล แต่ขณะที่รักษาสิวอยู่ไม่ว่าด้วยยาทาหรือ ทั้ง ทาทั้งกิน ผิวอาจถูกระคายเคืองได้ง่ายหรือผิวแห้งลงไป การ ใช้สบู่อ่อน ๆ จึงเป็นทาง เลือกที่ดี หรือแม้แต่การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าก็ไม่มีผลเสียแต่อย่างใด มีการโฆษณาที่ให้เจาะ สิวแล้วแต้มยาผงบางประเภท มีบาง รายที่เกิดการแพ้ยาขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงมาก กว่าที่จะ ทำตามโฆษณา การกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบยังไม่เป็นที่เข้าใจ ดีนัก


การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ใกล้มีประจำเดือน เป็น ปัจจัยหนึ่ง นอกเหนือจากการรบกวนโดยตรงจากการลูบ ๆ คลำๆ การที่มีความเครียดจากงานหรือการเรียนหรือใกล้สอบก็เป็นอีก สิ่งหนึ่งที่อาจทำให้เกิดสิวอัก เสบขึ้นมาได้ ในกรณีที่เป็นไม่มาก นัก อาจปล่อยให้หายเองได้โดยไม่ต้องรักษา สิวเป็นโรคที่หาย ได้เองและเมื่อถึงเวลา สิวก็จะหายไปได้เอง นอกจากนี้การรักษาสิวไม่สามารถทำให้สิวหายขาดได้ หากแต่เป็นการซื้อเวลาให้เติบโตพ้นวัยที่เป็นสิวเท่านั้นซึ่งจะแตก ต่างกันไปในแต่ละคน การเลือก วิธีรักษาสิวจึงควรเป็นการเลือกของผู้ที่จะรับการรักษาหลังจาก ได้มีความเข้าใจในวิธีการรักษา ตลอดจนผลดีและผลข้างเคียง ทั้งหมดแล้ว


บทความโดย
น.พ.ปริทัศน์ ศุกรีเขตร
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคผิวหนัง



Reply to Topic: ทุกเรื่องของ “สิว”

NOTE: New Posts are subject to administrator approval before being displayed

Guest Name (Required):

Guest EMail (Required):

Topic Reply:

Save New PostSmileys

Guest URL (required)

Math Required!
What is the sum of:
5 + 1
   

 
Confused Cool Cry Embarassed Frown Kiss Laugh Smile Surprised Wink Yell


 

About the ThaiAsianlife Forum forum

Most Users Ever Online:

30


Currently Online:

5 Guests

Forum Stats:

Groups: 5

Forums: 23

Topics: 132

Posts: 144

Membership:

There are 207 Members

There have been 10 Guests

There are 2 Admins

There are 0 Moderators

Top Posters:

James - 7

princessple - 6

saknaruk - 2

noy - 1

recycle - 1

slimmar - 1

Administrators: admin (134 Posts), thaiasianlife (0 Posts)