‘เอเชียนไลฟ์’ยันผลวิจัยรับรอง ผลิตภัณฑ์มังคุดเหนือคู่แข่ง
“เอเชียนไลฟ์” เหนือชั้น ยันผลิตภัณฑ์จากสารสกัดมังคุดเหนือคู่แข่ง หลังหลายบริษัทขายตรง ขนผลิตภัณฑ์จากสารสกัดมังคุดชนิดเดียวกันมาลงแข่งแย่งตลาด มั่นใจผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ ผู้บริโภคซื้อกินซื้อใช้แล้วเห็นผล
นาย กัมปนาท บุญราศรี ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร บริษัท เอเชียนไลฟ์ จำกัด ในเครือบริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสารสกัดจากมังคุดในปีนี้ว่า แม้ว่าจะมีบริษัทขายตรงหลายบริษัท ทั้งที่เปิดมานานแล้ว และเปิดขึ้นมาใหม่ ได้นำผลิตภัณฑ์สารสกัดจากมังคุดลงสู่ตลาด ตั้งแต่ปลายปี 2551 ที่ผ่านมา ไม่ทำให้ยอดขาย หรือความมั่นใจของสมาชิก และผู้บริโภคที่ซื้อกินซื้อใช้ลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากผลิตภัณฑ์ สารสกัดจากมังคุดของบริษัท มีศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นของตัวเอง และที่สำคัญยังได้รับการสนับสนุนการวิจัยโดยภาครัฐ โดยนักวิทยาศาสตร์คนไทย ที่มีผลงานด้านการวิจัยสารสกัดจากมังคุด คือ ศาสตราจารย์ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ยังเป็นถึงประธานบริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ซึ่งเป็นประธานขายตรงเอเชียนไลฟ์ ที่ได้รับการยอมรับจากทุกประเทศทั่วโลกอีกด้วย ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นว่า ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากมังคุดของ เอเชียนไลฟ์มีคุณภาพเหนือคู่แข่ง
“เอ เชียนไลฟ์ ถือเป็นเจ้าตำรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สารสกัดจากมังคุด ที่บริษัทขายตรงรายอื่น ยังต้องมาขอข้อมูล และขอคำแนะนำจากเรา ทำให้ผู้บริโภคต่างมั่นใจในผลิตภัณฑ์สารสกัดจากมังคุดของเอเชียนไลฟ์ ว่า เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณภาพเยี่ยมเหนือคู่แข่ง และที่สำคัญขายตรงทุกบริษัท เขาไม่มีศูนย์วิจัยเป็นของตัวเอง แต่เรามีศูนย์วิจัยของบริษัท และยังได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากภาครัฐด้วย ทำให้เรามีข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากพอ”
นาย กัมปนาท ยังกล่าวถึงผลประกอบการในการดำเนินธุรกิจขายตรงเอเชียนไลฟ์ในปี 2551 ว่า มีอัตราการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา โดยดูจากผลตอบรับของตลาดแล้ว พบว่า ทั้งสมาชิกและผู้บริโภคให้การตอบรับกับขายตรงเอเชียนไลฟ์เป็นอย่างดี ขณะนี้ยอดสมาชิกของบริษัท มีอยู่จำนวน 5 หมื่นรหัส และมีศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 160 ศูนย์ และ ในแต่ละศูนย์ ก็ยังจะมีการจัดอบรมสมาชิก เพื่อการสร้างคุณภาพของสมาชิกด้วย โดยบริษัทได้จัดอบรมไปแล้วถึง 8 รุ่น ในช่วงระยะเวลาของการเปิดดำเนินธุรกิจมาเพียง 8 เดือน โดยมีสมาชิกเข้าร่วมอบรมรุ่นละ 100 คน รวมทั้งหมด 800 คน ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญหลัก ในการขับเคลื่อนธุรกิจเครือข่ายขายตรงของเอเชียนไลฟ์ในอนาคต
สำหรับแผนการตลาดในปี 2552 นั้น เอเชี่ยนไลฟ์ยังคงดำเนินธุรกิจขายตรง โดยการใช้หลักธรรมชาติ คือ ใช้สินค้าดีแล้วบอกต่อ นั่นหมายถึงว่า บริษัทจะเน้นให้เกิดการใช้ผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ เมื่อสมาชิกหรือผู้บริโภค ใช้สินค้าแล้วเห็นผล ก็เชื่อว่า การเติบโตแบบเครือข่ายจะตามมา ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญสินค้าในระบบก็จะถูกปล่อยไปโดยผู้บริโภค ไม่ใช่ปล่อยไปโดยแม่ทีม ขนเงินมากว๊านซื้อเพื่อทำยอด แต่ผล สุดท้ายสินค้ากลับวางขาย เกลื่อนตลาด หรือมีวางจำหน่ายทุกร้านค้าปลีก แต่ไม่มีคนซื้อ “การทำธุรกิจขาย ตรงอย่างยั่งยืน ต้องดำเนินตลาดแนวลึก หรือการใช้หลักธรรมชาติ เพื่อระบายสินค้าโดยผู้บริโภค ที่ใช้สินค้าแล้วเห็นผลจริงจนเกิดการบอกต่อ และมีการซื้อซ้ำ เราจะไม่ยึดหลักการทำตลาดแบบแนวกว้าง เพื่อการเติบโตแบบหวือหวา มีการกว๊านซื้อสินค้า เพื่อนำไปปล่อยในตลาด หรือที่เรียกว่า สินค้ามีเกลื่อนเมือง แต่หาผู้บริโภคจริงไม่มี อย่างนี้เราไม่ทำ เพราะจะทำให้ธุรกิจสั่นคลอน ไม่ยั่งยืน และจะเป็นผลเสียต่ออุตสาหกรรม” นายกัมปนาท กล่าวทิ้งท้าย
บทสัมภาษณ์คุณกัมปนาท บุญราศรี
นิตยาสาร ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 241 ประจำวันที่ 16-31 มกราคม 2552