กระดานสนทนา

กระดานสนทนาสุขภาพ เพื่อการสร้า่งสุขภาพที่ดีให้กับตัวเราและแบ่งปันให้คนรอบข้าง…
Current User: Guest
Please consider registering

 
Search Forums:


 




โรคข้อเข่าเสื่อม…ทำไมข้อของคนเราต้องเสื่อมด้วย???

Post

admin - Admin

9:02 pm - May 28, 2009

posts 134

 
1

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็น ปัญหาที่นับวันจะมีความสำคัญมากขึ้น ทั้งนี้เพราะจำนวนของคนวัยทองนับวันจะมีมากขึ้น และจะมากขึ้นอีกในอนาคต ยิ่งคนเรามีอายุยืนมากขึ้นเท่าไร จำนวนของคนที่เป็นโรคข้อเสื่อมก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น มีการศึกษาที่แสดงว่าคนที่อายุ 60 ปี ขึ้นไปมีคนที่เป็นโรคข้อเสื่อมถึงร้อยละ 50 และสำหรับคนที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปมีถึงร้อยละ 70 ที่เป็นโรคข้อเสื่อม ถ้าคนเรามีอายุถึง 100 ปี สงสัยว่าทั้งร้อยละ 100 จะเป็นโรคข้อเสื่อม ดังนั้น พวกเราทุกคนเมื่อมีอายุมากขึ้นจนเข้าวัยทอง คงหนีไม่พ้นโรคข้อเข่าเสื่อมแน่ เพียงแต่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร จะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าแค่ไหนเท่านั้น

 

ทำไมข้อของคนเราต้องเสื่อมด้วย

ถ้า จะตอบอย่างตรงๆ ก็คงจะต้องบอกว่าเป็นเรื่องของสังสารวัฏ อะไรมีเจริญขึ้นก็มีเสื่อมลง เมื่อถึงเวลา สังขารร่างกายของคนเราก็เช่นเดียวกัน เมื่อถึงเวลาก็มีเสื่อมลง ในข้อของคนเราส่วนประกอบที่เกิดการเสื่อมมากที่ สุด เห็นจะเป็น กระดูกอ่อน ที่หุ้นอยู่รอบส่วนปลายของกระดูกทั้ง 2 ด้าน ที่ประกอบกันเป็นข้อ กระดูกอ่อนนี้มีหน้าที่รองรับแรงกระแทกที่กดดันลงมาในข้อ

ดัง นั้น ข้อที่มักจะเกิดข้อเสื่อมจึงเป็นข้อที่ต้องรับน้ำหนักของร่างกายโดยตรง เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก กระดูกอ่อนในข้อเหล่านี้จะแข็งแรงที่สุด สมบูรณ์ที่สุด เมื่อคนเราอายุประมาณ 30 ปี หลังจากนั้นจะเริ่มเสื่อมลง แต่ยังไม่เป็นข้อเสื่อม เพราะร่างกายของเรามีกลไกที่คอยซ่อมแซมเอาไว้ ทำให้สามารถใช้งานข้อได้ตามปกติ โดยยังไม่มีอาการอะไร แต่เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ขบวนการซ่อมแซมนี้ก็เริ่มเสื่อมไปด้วย เริ่มซ่อมแซมความเสื่อมไม่ค่อยไหว ผู้สูงอายุก็จะเริ่มมีอาการของโรคข้อเสื่อมขึ้น แต่จะเริ่มมีอาการเมื่อใดก็คงต้องขึ้นกับลักษณะการใช้งานข้อ และสภาพร่างกายของแต่ละคน ถ้ามีน้ำหนักตัวมาก น้ำหนักที่กดกระแทกลงมาที่ข้อก็จะมาก ข้อก็จะเกิดความเสื่อมเร็ว ถ้ามีการใช้งานข้อมากๆ เช่น มีการเดินมาก ยืนมาก หรือเดินขึ้นลงบันไดมากๆ นั่งยองๆ มาก ข้อก็จะเสื่อมเร็ว

ถ้าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ไม่มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ได้บริหารกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อให้แข็งแรง ก็มีโอกาสเกิดข้อเสื่อมเร็ว ไม่มีใครทราบว่าอะไรเป็นจุดเริ่มต้นให้กระดูกอ่อนในข้อเริ่มแตกร้าว หลุดร่อนและมีความหนาลดลงหรือบางลง แต่การทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อส่วนหนึ่งเกิดจากการอักเสบ ทำให้มีการทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อ ยิ่งมีการอักเสบซ้ำๆ จากการใช้งานข้อมากๆ ก็ยิ่งทำให้กระดูกอ่อนบางลง ถ้าถ่ายภาพรังสีของข้อจะพบว่าระยะระหว่างกระดูก 2 ข้างในข้อ ซึ่งหมายถึงความหนาของกระดูกอ่อนทั้ง 2 ด้านในข้อที่เสื่อมจะลดลง ยิ่งมีความเสื่อมมากขึ้น ความหนาของกระดูกอ่อนนี้ก็จะบางลงเรื่อยๆ จนไม่เหลือความหนาในที่สุด กระดูกทั้ง 2 ด้านจึงเริ่มกระทบกันบดเบียดกัน จนไม่สามารถใช้ข้อได้เหมือนแต่ก่อน ขบวนการนี้อาจจะใช้เวลาหลายปี แต่ถ้ามีการใช้งานข้อมาก ใช้งานผิดวิธี หรือน้ำหนักตัวมากขบวนการนี้อาจจะเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่กี่ปี

 

อาการของผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม

ผู้ที่เริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อม จะเริ่มจากมีอาการปวดข้อ ข้อที่ปวดจะเป็นข้อที่ต้องรองรับน้ำหนักของร่างกาย ในคนไทยหรือคนที่มีเชื้อสายจีนมักเป็นข้อเข่า แต่ในฝรั่งชาติตะวันตกในยุโรปหรืออเมริกาจะเป็นข้อสะโพก อาการปวดข้อในระยะแรกจะเกิดขึ้นเวลาเดินมาก ยืนมาก หรือเดินขึ้นลงบันไดมากๆ เวลาเดินอาจมีเสียงดังกร๊อบแกร๊บในข้อ นั่นหมายความว่าโครงสร้างต่างๆ ในข้อ เริ่มไม่แน่นแฟ้นเหมือนแต่ก่อน เริ่มมีความหลวมจากกระดูกอ่อนในข้อเริ่มไม่กระชับรับกัน กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบข้อเริ่มอ่อนแอลง ไม่ฟิตเหมือนเก่า จึงทำให้เกิดเสียงดังเวลาเดิน ต่อมาอาการปวดข้อเกิดได้ง่ายขึ้น เดินไม่นานก็ปวด บางวันมีปวดตอนกลางคืนที่หยุดใช้งานหลังจากที่ใช้งานข้อมาทั้งวัน อาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อข้อเสื่อมมากขึ้น เข่า 2 ข้างเริ่มโก่ง จนขา 2 ข้างโก่งออกจากกัน หรือเวลาลุกจากท่านั่งแล้วต้องยืนเกร็งนิ่งสักพักกว่าจะก้าวออกเดินได้ต่อไป สุดท้ายแค่ขยับข้อจะลุกนั่งก็ปวดแล้ว เพราะไม่เหลือกระดูกอ่อนในข้อ เวลาขยับข้อแล้วกระดูก 2 ข้างจะบดกันจึงปวดมาก ทำให้เดินไม่ได้ กลายเป็นพิการไปไหนมาไหนต้องนั่งรถเข็นในที่สุด

ข้อเข่าเสื่อมนี้อาจเกิดร่วมกับความเสื่อมของข้ออื่นๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะข้อกระดูกสันหลัง อาจมีกระดูกงอกไปกดเบียดเส้นประสาทหรือปวดร้าวมาตามขาข้างใดข้างหนึ่งหรือ 2 ข้างก็ได้ ข้อปลายนิ้วของนิ้วมือก็อาจจะเกิดเสื่อมได้ มีกระดูกงอกเป็นปุ่มยืนขึ้นมาบริเวณโคนเล็บ มักจะเริ่มจากข้อนิ้วก้อยก่อน ต่อมาก็ค่อยๆ งอกขึ้นได้เกือบทุกนิ้ว ความเสื่อมของข้อต่างๆ ทั่วร่างกายนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน เราคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อถึงเวลา แต่เราสามารถชะลอความเสื่อมเหล่านี้ให้เสื่อมช้าลงหรือเกิดอาการให้ช้าที่ สุดได้ โดยพยายามควบคุมน้ำหนักตัวอย่าให้น้ำหนักตัวมากเกินไป

ถ้า น้ำหนักตัวมากก็ควรพยายามลดน้ำหนักตัวลง โดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่ปัญหาของคนวัยทองเวลามีอายุมากขึ้น การลดน้ำหนักตัวจะทำได้ไม่ง่ายนัก จะให้มาออกกำลังกายมากๆ หรือคุมอาหารมากๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้ ทางที่ดีคงจะต้องเริ่มตั้งแต่อายุ 30-40 ปี ที่ข้อเริ่มจะเสื่อมแล้ว พอน้ำหนักตัวเริ่มขึ้นก็ต้องพยายามควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างให้น้ำหนักขึ้นเกินเกณฑ์ ถ้าปล่อยให้น้ำหนักตัวขึ้นมากไปแล้ว ยิ่งอายุมากขึ้น การลดน้ำหนักตัวก็ยิ่งทำได้ยากขึ้นยากขึ้น

ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามลดการใช้งานข้อที่มีโอกาสจะเสื่อมให้น้อยลง โดยเฉพาะท่าที่จะทำให้เสื่อมเร็ว เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งยองๆ ในสมัยก่อนที่ห้องน้ำส่วนมากยังเป็นส้วมชนิดส้วมซึมที่ต้องนั่งยองๆ ปรากฏว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่เป็นข้อเข่าเสื่อม ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนส้วมเป็นชนิดส้วมชักโครก ที่นั่งถ่าย ปัญหาข้อเข่าเสื่อมก็น้อยลง หลีกเลี่ยงการเดินขึ้นเดินลงบันไดมากๆ เพื่อป้องกันข้อเข่าเสื่อม มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ครูที่ทำงานตามโรงเรียนประชาบาลในจังหวัดต่างๆ ที่มีสภาพเป็นตึกเรียน 3-4 ชั้นที่ไม่มีการติดตั้งลิฟท์ให้ใช้ แต่ละวันคุณครูต้องเดินขึ้นลงบันไดไปสอนตามห้องเรียนต่างๆ ขึ้นลงบันไดวันละหลายสิบเที่ยว ปรากฏว่ามีครูจำนวนไม่น้อยเป็นข้อเข่าเสื่อม เมื่ออายุมากขึ้น ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะการเดินขึ้นเดินลงบันไดมากๆ เป็นเวลาหลายปีนั่นเอง

วิธีหนึ่งที่จะช่วยชะลอความเสื่อมของข้อ ช่วยให้เสียงดังกร๊อบแกร็บในข้อที่เกิดขึ้นเวลาเดินมากๆ หรือขึ้นลงบันไดลดลงคือ การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณรอบๆ ข้อให้แข็งแรง เช่น บริหารกล้ามเนื้อหน้าขา 2 ข้างให้แข็งแรงเอาไว้ โดยการยกขาขึ้นมากเกร็งไว้สักครู่ควรทำบ่อยๆ เพื่อป้องกันหรือชะลอการเกิดข้อเข่าเสื่อม

 

การรักษาข้อเข่าเสื่อม

การรักษาข้อเข่าเสื่อมในสมัยก่อน มีแต่การใช้ยาแก้ปวด เช่น ยาพาราเซตามอล รับประทานเวลามีอาการปวด ถ้ายังปวดอยู่ก็อาจจะใช้ยาต้านการอักเสบทีไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อลดอาการปวดและอักเสบลง แต่ควรใช้เพียงระยะเวลาหนึ่งจนหายปวดแล้วหยุดยาได้ แต่ถ้ายังไม่สามารถลดการใช้งานข้อ ยังมีน้ำหนักมาก ข้อก็ยังจะเสื่อมต่อไปจนต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียมใน ที่สุด ดังนั้นถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีก่อน ผู้ที่เป็นข้อเข่าเสื่อมคงมีแต่การรอผ่าตัดใส่ข้อเทียม เพื่อแก้ไขข้อที่เสื่อมแต่ในปัจจุบัน คนไทยวัยทองที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมนับว่าโชคดีมาก เพราะในปัจจุบันมีวิธีการชะลอความเสื่อมของข้อเข่าได้ ด้วยการใช้ยาหลายชนิด เช่น ยาเสริมกระดูกอ่อนในข้อที่เรียกว่ายา กลูโคซามีนซัลเฟต ที่ มีประสิทธิภาพลดอาการปวดข้อเข่าได้เมื่อใช้ไปประมาณ 2-3 เดือน และช่วยชะลอความเสื่อมทำให้กระดูกอ่อนในข้อเข่าไม่เสื่อมทรุดลง หลังจากใช้ติดต่อกันไป 3-5 ปี พบว่าระยะห่างของกระดูก 2 ข้างในข้อไม่ได้แคบลง แต่กลับกว้างขึ้น แปลว่ากระดูกอ่อนในข้อดูเหมือนจะหนาขึ้น

ในขณะที่ผู้ที่ไม่ได้ใช้ยานี้ มีระยะห่างนี้แคบเข้ามามาก หรือยาที่ลดการอักเสบให้มีการทำลายกระดูกอ่อนน้อยลงที่เรียก ยาไดอะซีลีน เพราะ มันสามารถลดการสร้างสารตัวกลางที่ทำให้เกิดการอักเสบในข้อ เมื่อข้อไม่มีการอักเสบ การทำลายข้อก็น้อยลง ยาไตอะซีลีน สามารถลดอาการปวดข้อ ลดการอักเสบและชะลอความเสื่อมของข้อได้ เมื่อรับประทานต่อเนื่อง 2-3 เดือนขึ้นไป หรือแม้กระทั่งมีการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม ที่มีคุณสมบัติเหมือนน้ำเลี้ยงข้อของคนหนุ่มคนสาวที่มีความเหนียวและความ ยืดหยุ่นสูง เข้าไปทดแทนน้ำเลี้ยงข้อของคนวัยทองที่เป็นข้อเสื่อมที่ไม่ค่อยมีความเหนียว ไม่สามารถหล่อลื่นหรือลดแรงกดดัน หรือนำพาอาหารมาเลี้ยงกระดูกอ่อนในข้อได้ดี เหมือนน้ำเลี้ยงข้อของคนอายุน้อย

นอกจาก นี้น้ำเลี้ยงข้อเทียมที่ฉีดเข้าไปในข้อ ยังสามารถกระตุ้นให้เซลเยื่อหุ้มข้อ สร้างน้ำเลี้ยงข้อเทียมที่ดีออกมาอย่างต่อเนื่อง ได้เป็นระยะเวลานานประมาณ 6 เดือน ดังนั้นการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียมเข้าข้อเพื่อรักษาข้อเข่าเสื่อม จึงควรมีการฉีดทดแทนทุกๆ 6 เดือน ในระยะ 1-2 ปีแรก ต่อไปเมื่อมี การสร้างน้ำเลี้ยงข้อเทียมที่ดีออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพในข้อดีขึ้น ชะลอความเสื่อมของข้อแล้ว การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียมทดแทน อาจจะสามารถยืดระยะเวลาการฉีดออกไป เป็นทุก 8 เดือนหรือมากกว่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม การรักษาข้อเข่าเสื่อมด้วยน้ำเลี้ยงข้อเทียม ยังมีราคาค่อนข้างแพง โดยการฉีดยา 1 ชุด (3 เข็ม - 5 เข็ม แล้วแต่ชนิดของยาฉีด) จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ระหว่าง 1-2 หมื่นบาท สำหรับข้อเข่า 1 ข้าง ดังนั้นการพิจารณารับการรักษาด้วยน้ำเลี้ยงข้อเทียม จึงควรคำนึงถือค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วย

การ รักษาเหล่านี้สามารถชะลอความเสื่อมของข้อเข่าให้ช้าลงได้ แต่จะได้ผลดีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับว่าเริ่มรักษาเมื่อใด ถ้าเริ่มรักษาตั้งแต่ข้อเสื่อมระยะแรกๆ ก็จะทำให้ข้อสามารถคงสภาพอยู่ได้นาน แต่ถ้าเริ่มเมื่อข้อเข่าเสื่อมไปมากแล้ว ก็อาจจะบรรเทาอาการปวดและชะลอความเสื่อมได้ระดับหนึ่ง แต่ข้อเข่าอาจจะไม่อยู่ในสภาพที่ดีเหมือนเดิม เพราะการรักษาไม่สามารถทำให้ข้อที่เสื่อมไปแล้วกลับมาเป็นข้อปกติได้

ดังนั้น การใช้งานข้อเข่าในการยืนหรือเดิน ก็อาจจะมีอาการปวดบ้างและใช้งานไม่ได้เหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้การรักษาข้อเข่าเสื่อมให้ได้ผลสูงสุด ก็ต้องอาศัยการลดน้ำหนัก การออกกำลังกายและการใช้งานข้ออย่างถูกต้องร่วมด้วย ไม่ใช่อาศัยแต่ยาอย่างเดียว ในกรณีที่ข้อเข่าเสื่อมจนถึงขั้นสุดท้าย คือไม่มีกระดูกอ่อนหุ้มผิวข้อเหลือแล้ว กระดูก 2 ข้างมาชนกัน ผู้ป่วยแค่ขยับตัวก็ปวดเข่าแล้ว ก็คงต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนใส่ข้อเข่าเทียม

ดังนั้น เมื่อท่านเริ่มมีอาการเดินมากแล้วปวดข้อเข่าหรือเดินแล้วข้อเข่ามีเสียงดัง ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคข้อหรือกระดูก เพื่อได้รับการรักษาและคำแนะนำที่ถูกต้องตั้งแต่ข้อเข่าเสื่อมระยะแรก ไม่ควรทนปวดเอาหรือรับประทานแต่ยาแก้ปวด รอจนข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น มากขึ้น จนทนไม่ไหวค่อยไปพบแพทย์ ถึงตอนนั้นข้อเข่าคงจะเสื่อมไปมากแล้ว จนเกินที่จะรักษาสภาพเดิมเอาไว้ได้ กลายเป็นความพิการในที่สุด ถ้ารักษาตั้งแต่ระยะแรกจะสามารถชะลอความเสื่อมให้เกิดช้าลงมาก จนไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อ เพราะการผ่าตัดเปลี่ยนใส่ข้อเทียมมีค่าใช้จ่ายสูงมาก นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงของการผ่าตัดที่อาจเกิดอันตรายขึ้น โดยเฉพาะในคนสูงอายุ

 

แหล่งข้อมูล : http://www.ramaclinic.com



Reply to Topic: โรคข้อเข่าเสื่อม…ทำไมข้อของคนเราต้องเสื่อมด้วย???

Guest Name (Required):

Guest EMail (Required):

Topic Reply:

Save New PostSmileys

Guest URL (required)

Math Required!
What is the sum of:
12 + 10
   

 
Confused Cool Cry Embarassed Frown Kiss Laugh Smile Surprised Wink Yell


 

About the ThaiAsianlife Forum forum

Most Users Ever Online:

30


Currently Online:

5 Guests

Forum Stats:

Groups: 5

Forums: 23

Topics: 132

Posts: 144

Membership:

There are 207 Members

There have been 10 Guests

There are 2 Admins

There are 0 Moderators

Top Posters:

James - 7

princessple - 6

saknaruk - 2

noy - 1

recycle - 1

slimmar - 1

Administrators: admin (134 Posts), thaiasianlife (0 Posts)