โรคเบาหวาน : เมื่อเอ่ย ถึงโรคขาดเลือดแล้ว หลายๆ ท่านคงคิดถึงแต่ไขมันโคเลสเตอรอล แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไขมันยังร้ายน้อยกว่าโรคเบาหวาน ผู้ป่วยไขมันในเลือดสูงไม่จำเป็นต้องเป็นโรคหัวใจขาดเลือดทุกราย แต่หากเป็นเบาหวานแล้วรับรองได้ว่า หากไม่ดูแลให้ดีหรือแม้แต่ดูแลอย่างดีแล้ว ก็ยังมีโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือดในอัตราที่สูงมาก เบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงที่น่ากลัวอย่างหนึ่งสำหรับโรคหัวใจขาดเลือดเลยที เดียว

โรคเบาหวาน เป็นความผิดปกติอันเนื่องมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในร่างกายไปใช้ได้อย่างเต็มที่ สาเหตุ เนื่องมาจากขาดฮอร์โมนอินซูลินหรือไม่ขาดฮอร์โมน แต่ร่างกายไม่ตอบสนอบต่อฮอร์โมนตัวนี้ ผลที่ตามมาก็คือระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงกว่าปกติ ปัจจุบัน หากระดับน้ำตาลในเลือดที่เจาะหลังงดอาหาร 6 ชั่วโมงยัง สูงกว่า 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร เราก็เรียกว่าเป็น โรคเบาหวานได้แล้ว ระดับน้ำตาลที่สูงนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ที่สำคัญคือเป็นตัวเร่งให้เกิดการเสื่อมของหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย ทั้งหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงสมอง หัวใจ ตา ไต แขน ขา รวมทั้งหลอดเลือดแดงเล็กๆ ที่เลี้ยงหลายประสาทอีกด้วย ทำให้เกิดการตีบตันของหลอดเลือดแดงเหล่านี้ ดังนั้น จะเห็นได้ว่า โรคเบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงทำสำคัญต่อโรคทางสมอง อัมพาต โรคระบบประสาท โรคหัวใจ โรคไต โรคตา แม้กระทั่งโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือ ED ด้วย
ผู้ป่วยเบาหวานอาจเป็นโรคหัวใจได้ 2 ลักษณะ คือ เมื่อ หลอดเลือดแดงที่เลี้ยงหัวใจเสื่อมจากเบาหวานร่วมกับการที่มีไขมันในเลือดสูง ก็จะทำให้เกิดการตีบของหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดและหากอุดตันก็จะเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายตามมา นอกจากนี้ ยังพบว่าในผู้ป่วยเบาหวานบางรายกล้ามเนื้อหัวใจทำทำงานน้อยกว่าปกติและบีบ ตัวน้อยกว่าปกติมาก แต่หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจไม่ได้ตีบตัน กลุ่มนี้เชื่อว่าเกิดจากหลอดเลือดฝอยเล็กๆ ที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติจากเบาหวาน
เบาหวานเป็นโรคที่มีความสัมพันธ์กับโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นอย่างมาก เพราะ เบาหวานทำให้เกิดความเสื่อมของหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย การควบคุมปัจจัยเสี่ยงในผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องทำอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตในผู้ป่วยเบาหวาน
สาเหตุการตายที่สำคัญในผู้ป่วยเบาหวาน คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยมีโรคหลอดเลือดหัวใจเป็นสาเหตุสำคัญที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยเบา หวานที่ไม่ต้องพึ่งอินซูลิน ในขณะที่ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องพึ่งอินซูลินมีสาเหตุการตายจากภาวะไตวาย และโรคหลอดเลือดหัวใจสูงสุดใกล้เคียงกัน นอกจากนั้น ผู้ป่วยเบาหวานยังมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบและอุดตัน โรคหัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดแดงที่ขาตีบตันสูงกว่าประชาการทั่วไปหลายเท่าตัว
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
| |
•
|
จำ เป็นอย่างยิ่งที่จะต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากตลอด เวลา เพื่อหวังว่าจะช่วยชะลอการเสื่อมของหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย |
| |
•
|
การดูระดับน้ำตาล ไมได้อาศัยเพียงการเจาะเลือดก่อนอาหารเช้าเท่านั้น แต่ควรจะต้องดูละเอียดไปจนถึงระดับน้ำตาลหลังอาหารและค่าน้ำตาลเฉลี่ยในรอบ 3 เดือน โดยดูจากน้ำตาลที่เกาะบนเม็ดเลือดแดงด้วย |
| |
•
|
หากมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ สำหรับโรคหัวใจก็ต้องควบคุมเป็นอย่างดีด้วย เช่น งดบุหรี่ ควบคุมความดันโลหิตให้ปกติ (น้อยกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท) ควบคุมไขมันโคเลสเตอรอลให้น้อยกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือ แอล-ดี-แอล โคเลสเตอรอลให้น้อยกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร เป็นต้น ซึ่งหมายความว่าจำเป็นต้องใช้ยาลดไขมันในเลือดร่วมด้วย |
| |
•
|
ลดน้ำหนักและออกกำลังกายแบบแอโรบิคอย่างสม่ำเสมอ วิธีการลดน้ำหนักจะช่วยให้ร่างกายไวต่อฮอร์โมนอินซูลิน |
| |
•
|
จำเป็นต้องตรวจปัสสาวะดูการทำงานของไต ตรวจตาโดยจักษุแพทย์ ตรวจอัลตราซาวน์ดูนิ่วในถุงน้ำดีด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาในอนาคต |
| |
•
|
เมื่อมีอายุมากขึ้น ควรทำการตรวจสมรรถภาพหัวใจอย่างละเอียด คือ อัลตราซาวน์หัวใจและการเดินสายพาน เนื่องจากบ่อยครั้งที่ผู้ป่วยไม่แสดงอาการจนเป็นมากแล้ว |
| |
•
|
อย่า ลังเลหากแพทย์แนะนำให้ท่านรักษาด้วยการฉีดฮอร์โมนอินซูลินหรือรับประทานยาลด ความดันโลหิต ยาลดไขมันในเลือด เพราะจะเป็นผลดีต่อท่านในระยะยาว คือในอีก 5 – 10 ปีข้างหน้า หากท่านเกิดปัญหาแทรกซ้อนต่างๆ จากเบาหวานขึ้นแล้ว เช่น ไตวาย หัวใจขาดเลือด อัมพาต ตามองไม่เห็น สิ่งเหล่านี้หากเกิดขึ้นแล้วก็ไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาดีเหมือนเดิมได้ |
| |
•
|
ควรหลีกเลี่ยงน้ำตาล น้ำอัดลม ขนมหวาน ผลไม้หวานจัด เช่น เงาะ ลิ้นจี่ ลำไย องุ่น ควรใช้น้ำตาลเทียมแทนน้ำตาลปกติ |
แหล่งข้อมูล : หนังสือ - เป็นโรคหัวใจทำอย่างไรดี