กระดานสนทนา

กระดานสนทนาสุขภาพ เพื่อการสร้า่งสุขภาพที่ดีให้กับตัวเราและแบ่งปันให้คนรอบข้าง…
Current User: Guest
Please consider registering

 
Search Forums:


 




สารสกัดจากใบแปะก๊วย ออกฤทธิ์อย่างไรในร่างกาย ?

Post

admin - Admin

10:08 am - May 29, 2009

posts 134

 
1

ปัจจุบัน เราพบว่าอายุขัยเฉลี่ยของประชากรในประเทศที่เจริญแล้วอย่างสหรัฐอเมริกานั้น มากขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วมากกว่า 65 ปี และจากการสำรวจวิจัยเพื่อหาเหตุผลดังกล่าวพบว่าปัจจัยที่ทำให้อายุขัยเฉลี่ย สูงขึ้นเป็นพราะประชากรส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกาให้ความสนใจใช้อาหารเสริม สุขภาพ เพื่อบำรุงรักษาสุขภาพทางจิต และอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอ (Mental Activity) และในบรรดาอาหารเสริมที่ให้ผลดังกล่าวเราพบว่า สารสกัดจากใบแปะก๊วย หรือ Ginkgo Biloba Extract (GBE) จะอยู่ในรายชื่อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับแรกๆ


สารสกัดจากใบแปะก๊วยนี้ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าสามารถให้ผลในการส่งเสริมสุขภาพทาง ด้านอารมณ์และจิตใจ ทั้งในแง่ของการรักษาและการป้องกันได้เป็นอย่างดี และนอกจากนี้ยังพบว่า สารสกัดจากใบแปะก๊วย ให้ผลดีต่อสุขภาพของระบบหลอดเลือดและหัวใจ (Cardiovascular Health) และสุขภาพโดยรวมของผู้รับประทานด้วยเช่นกัน นักพฤษศาสตร์และนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ในแถบยุโรปก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับ สารสกัดจากใบแปะก๊วย นี้กันอย่างกว้างขวาง และพบว่า แพทย์จำนวนมากทั่วโลกได้เขียนใบสั่งยา เพื่อจ่าย สารสกัดจากใบแปะก๊วย นี้แก่คนไข้ของตนไปแล้วเป็นจำนวนมากกว่าล้านใบเลยทีเดียว โดยเฉพาะในประเทศฝรั่งเศสและเยอรมันจะนิยมจ่าย สารสกัดจากใบแปะก๊วย กันมากที่สุด


สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo Biloba Extract : GBE ) คืออะไร ?

สารสกัดจากใบแปะก๊วย นี้ได้จากการสกัดเอาสารสำคัญจากใบพืชชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า แปะก๊วย ชื่อวิทยาศาสตร์ คือGinkgo biloba ต้นแปะก๊วยนี้จากรายงานได้ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ และเชื่อว่ามีมากกว่า 200 ล้านปีแล้ว และพบว่ามีการใช้ประโยชน์เป็นยามากกว่า 5,000 ปีแล้วเช่นกัน นิยมแพร่หลายมากในประเทศจีนในแถบตะวันตกเพิ่งจะมีการนำมาใช้ในปี คศ.1980 นี้เอง โดยบริษัท Willmar Schwabe เป็นผู้เริ่มต้นในการค้นคว้าวิจัย และใช้เวลาถึง 20 ปี จึงค้นพบสารสำคัญในต้นแปะก๊วยและพบว่าสารสำคัญดังกล่าวจะมีปริมาณเข้มข้นมาก ถ้าสกัดจากส่วนของใบ สารสกัดจากใบแปะก๊วย จะประกอบด้วยสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ส่งเสริมสุขภาพอยู่ 2 กลุ่ม คือ

  1. ฟลาโวนไกลโคไซด์ (Flavone Glycoside) มีอยู่ 24 % ของ สารสกัดจากใบแปะก๊วย เป็นสารฟลาโวนนอยด์จากธรรมชาติที่ออกฤทธิ์เป็นสารต้านการเกิดปฎิกิริยาอ๊อก ซิเดชั่นที่ดี (Potent Antioxidant ) ทำให้ลดอาการเสื่อมของเซลล์ และยังป้องกันการเกาะตัวกันของเกร็ดเลือด (Platelet Aggregation) ภายในหลอดเลือดเล็กๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิตมากมายที่พบได้บ่อย คือ โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน (Atherosclerosis) และ เซลล์สมองขาดเลือดไปเลี้ยง (Ischemia)
  2. เทอร์ฟีน แลคโตน (Terpine Lactone) มีอยู่ 4% ของ สารสกัดจากใบแปะก๊วย มี 2 ชนิด คือ
  • กิงโกไลด์ (Ginkgolide) ชนิด A และ B
  • บิโลบาไลด์ (Bilobalide)

พบว่าสารเทอร์ฟีน แลตโตนทั้งคู่จะทำงานร่วมกันในการป้องกันการทำลายตัวเซลล์ประสาทสมอง ในขณะที่เซลล์ประสาทสมองอยู่ในภาวะขาดเลือดไปเลี้ยง (Ischemia) ได้ โดยพบว่าทั้งคู่จะไปปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้นและยับยั้งการเกาะ ตัวกันของเกร็ดเลือด ลดการอุดตันของเส้นเลือดในสมอง ในสัตว์ทดลองพบว่า สารบิโลบาไลด์ ยังสามารถสร้างเซลล์ประสาททดแทนเซลล์ที่โดนทำลายได้ด้วย


สารสกัดจากใบแปะก๊วย ออกฤทธิ์อย่างไรในร่างกาย ?

  • ต่อระบบไหลเวียนโลหิต (Circulation)
    พบว่า สารสกัดจากใบแปะก๊วย จะไปเพิ่มการไหลเวียนในสมอง โดยจะไปทำให้ผนังหลอดเลือดแดง ทั้งเส้นเลือดใหญ่และเล็กมีความยืดหยุ่นและแข็งแรงขึ้น จากการศึกษาทดลองพบว่า ถ้าให้ผู้ถูกทดสอบทาน สารสกัดจากใบแปะก๊วย แล้ววัดการไหลเวียนของเลือดหลังรับประทาน 1 ชม. ผู้ทดสอบดังกล่าวถึง 57% จะมีการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดเล็กๆ ใต้เล็บดีขึ้นและด้วยผลการทดลองนี้ของ สารสกัดจากใบแปะก๊วย จึงนิยมแนะนำให้ใช้เพื่อปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิตในสมอง เพื่อป้องกันภาวะขาดเลือดหรือมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอได้
  • ลดอารมณ์หดหู่ซึมเศร้า (Resistant Depression)
    เรามักพบว่าผู้สูงอายุที่มีอาการโรคซึมเศร้า (Depression) มักเกิดการต่อต้านตัวยาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาที่เรียกว่า Anti-depressants อยู่เป็นประจำ ทำให้ผลการรักษาไม่ค่อยได้ผลดีเท่าที่ควร หรือบางครั้งไม่ได้ผลเลย สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดอาการต่อต้านยาดังกล่าวมาจากการที่เส้นเลือดที่ ไปเลี้ยงสมองเกิดการตีบตันเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอไม่สามารถพายาไปออก ฤทธิ์บริเวณที่ต้องการได้ผล การวิจัยพบว่าหากให้ผู้ป่วยซึมเศร้าเหล่านี้รับประทาน สารสกัดจากใบแปะก๊วย วันละ 240 mg เป็นเวลา 4 สัปดาห์ กลับให้ผลดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งในแง่ของการปรับปรุงภาวะทางอารมณ์ การเคลื่อนไหวร่างกายและความทรงจำ และพบว่าอาการต่างๆ จะดีขึ้นอย่างมากเมื่อให้รับประทานถึง 8 สัปดาห์
  • ฤทธิ์ในการต้านการเกิดปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น (Antioxidant Activity)
    สารสกัดจากใบแปะก๊วย เป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นที่ดีมาก (Potent Antioxidant) จึงเป็นสารที่ป้องกันความเสื่อมของเซลล์สมองที่ดี เพราะเซลล์สมองเป็นเซลล์ที่จะต้องพบกับ สารอนุมูลอิสระที่พร้อมจะทำปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นกับไขมันที่มีปริมาณสูงมาก ในสมองได้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อเกิดปฏิกิริยาดังกล่าวจะทำความเสียหายต่อตัวเซลล์สมอง และนำไปสู่ โรคความจำเสื่อม (Alzheimer's disease) ได้ มีการทดลองที่ยืนยันผลของ สารสกัดจากใบแปะก๊วย ต่อ Alzheimer คือการทดลองในปี 1993 โดยให้ผู้ป่วย Alzheimer's disease 217 คน รับประทาน สารสกัดจากใบแปะก๊วย 240 mg เป็นเวลา 6 เดือน ผลการทดลองที่ประกาศในที่ประชุม Congress of the Intermational Psychogeriatric Association พบว่าผู้ป่วยทั้งหมดมีการปรับปรุงในเรื่องของความทรงจำในทางที่ดีขึ้น ปกป้องเซลล์ประสาทสมอง (Nerve Protection)

    พบว่าสารเทอร์ฟีน แลคโตน (Terpine Lactone) ทั้งหมดที่มีอยู่ใน สารสกัดจากใบแปะก๊วย จะร่วมกันในการปกป้องเซลล์ประสาทสมองจากการโดนทำลาย ในขณะที่เซลล์ประสาทสมองอยู่ในภาวะขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งส่งผลให้เซลล์ประสาทสมองขาดอ๊อกซิเจน (Transient Ischemic Attacks; TIAS) นอกจากนี้พบว่าเทอร์ปีนแลคโตนยังไปลดการทำงานของ PAFs ( Platelet Aggregation Factors ) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการเกาะตัวกันของเกร็ดเลือด และจะมีมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น และเมื่อ PAFs นี้ทำงานมากขึ้น อาจทำให้เกิดความผิดปกติของการทำงานของระบบประสาทได้ เนื่องจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองส่วนดังกล่าวเกิดการอุดตันของเกร็ดเลือด คำแนะนำในการใช้ สารสกัดจากใบแปะก๊วย

  • การรับประทานเพื่อป้องกันภาวะผิดปกติในระบบหลอดเลือด
    แนะนำให้รับประทาน สารสกัดจากใบแปะก๊วย ที่ได้มาตรฐานในขนาด 120 mg ถึง 160 mg ต่อวัน โดยอาจจะแบ่งรับประทานได้วันละ 2-3 ครั้งได้
  • การรับประทานเพื่อปรับปรุงภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอจากภาวะต่างๆ
    แนะนำให้รับประทาน สารสกัดจากใบแปะก๊วย ที่ได้มาตรฐานในขนาด 240 mg. ต่อวัน โดยอาจจะแบ่งรับประทานได้วันละ 2-3 ครั้งได้ และแนะนำให้รับประทานติดต่อกัน 6-8 สัปดาห์

อาการข้างเคียง (Side Effects)

การรับประทาน สารสกัดจากใบแปะก๊วย ไม่ค่อยพบอาการข้างเคียง พบว่ามีเพียง 1% ที่จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน บางรายมีอาการมึนศีรษะเล็กน้อย แต่อาการจะหายไปในเวลาอันสั้น ไม่พบว่ามีปฏิกิริยากับยาอื่นๆ และ German Commission E monograph รายงานว่า ในปัจจุบันยังไม่มีข้อห้ามใช้ในสตรีระยะตั้งครรภ์ และระยะให้นมบุตร


เอกสารอ้างอิง ( References )
1.    Braquet, P., ed. Ginkgolides; Chemistry, Biology, Pharmacology, and Clinical Perspectives, Vol 1, 2. Barcelona; J.P. Prous Siences Publishers, 1989.
2.    Maurer K, et al. Clinical efficacy of Ginkgo biloba special extract สารสกัดจากใบแปะก๊วย761 in dementia of the Alzheimer type. J.Phychiatr Res. 1997; 31: 645-55.
3.    Le Bars PL, et al. A placebo-controlled, dauble-blind, randomized trial of an extract of Ginkgo biloba for dementia. North America EGb Study Group. JAMA 1997; 278: 1327-32.



Reply to Topic: สารสกัดจากใบแปะก๊วย ออกฤทธิ์อย่างไรในร่างกาย ?

NOTE: New Posts are subject to administrator approval before being displayed

Guest Name (Required):

Guest EMail (Required):

Topic Reply:

Save New PostSmileys

Guest URL (required)

Math Required!
What is the sum of:
9 + 1
   

 
Confused Cool Cry Embarassed Frown Kiss Laugh Smile Surprised Wink Yell


 

About the ThaiAsianlife Forum forum

Most Users Ever Online:

30


Currently Online:

6 Guests

Forum Stats:

Groups: 5

Forums: 23

Topics: 132

Posts: 144

Membership:

There are 207 Members

There have been 10 Guests

There are 2 Admins

There are 0 Moderators

Top Posters:

James - 7

princessple - 6

saknaruk - 2

noy - 1

recycle - 1

slimmar - 1

Administrators: admin (134 Posts), thaiasianlife (0 Posts)