ThaiAsianLife

"ดันสินค้ากระจายทั่วโลก" อีกหนึ่งฝันเล็กๆของนักวิทยาศาสตร์ไทย

"ดันสินค้ากระจายทั่วโลก" อีกหนึ่งฝันเล็กๆของนักวิทยาศาสตร์ไทย

บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องสำอาง"โกลด์เชฟ" ที่เพิ่งจะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่เร็วๆ นี้ ซึ่งแม้แต่ตัวผู้บริหารเองก็ยังยอมรับว่าไม่คิด่าจะมาถึงจุดนี้ ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานกรรมการ บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน ) ยอมรับว่า ตอนเริ่มทำธุรกิจในช่วงแรกๆ นั้นไม่ได้มุ่งหวังจะมีความสำเร็จแบบทุกวันนี้  ที่สามารถนำพาบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

ตอนนั้นหวังแต่เพียงว่า จะนำเอาผลงานของนักวิทยาศาสตร์ไทยที่มีศักยภาพมาจำหน่ายด้วยมาตรฐานสากล และ เมื่อบริษัทมาถึงวันนี้ ด้วยเวลา 7 ปี เต็มๆ ก็ต้องขอบคุณคนที่ทำงานร่วมกับบริษัทมาตั้งแต่ต้น ร่วมนับหนึ่งกับบริษัท รวมไปทั้งถึงลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท และผู้แทนจำหน่าย

เพราะคนเหล่านี้มีมีส่วนสำคัญที่ให้ "เอเชียน ไฟย์ซูติดคอลส์" ได้ขยายไปสู่ธุรกิจที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก

"เพียงทาพาเพรียว"สโลแกนนี้ผู้ช่วยของผมเคยบอกว่ามันฟังดูลิเกจัง เพราะคนไม่เชื่อหรอกว่าแค่ทาจะทำให้รูปร่างดีขึ้นได้อย่างไร ขนาดผู้ช่วยหรือพนักงานที่ทำงานด้วยกันยังไม่เชื่อเลย ในเมื่อคนไม่เชื่อเราก็เลย "นวดครั้งเดียวเพรียวทันใจ" ให้ดู โดยจัดนวดกัน 1 ชั่วโมงเมื่อผลมันออกมาว่าสามารถช่วยได้จริง จุดนี้เองที่เราใช้ในการปิดการขายของผลิตภัณฑ์ของเรามากว่า 3 ปี" ดร.พิเชษฐ์บอกว่า คนที่ไม่เห็นไม่เคยทดลองก็เลยไม่เชื่อ จนทางบริษัทต้องจัดการนวด 30 เตียงทำสถิติโลก โดยจัดการนวดที่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เชิญสถานีโทรทัศน์จากทางญี่ปุ่น NHK ,รอยเตอร์ ,สถานีโทรทัศน์ไทย รวมทั้งหมดแล้วมีผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 80 ชีวิต

การที่เราคิดวางงานนี้มันดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เราจึงให้ความสำคัญในการเชิญสื่อมวลชนมาพิสูจน์ผลที่ได้รับปรากฏว่าเช้าวัน รุ่งขึ้นกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ และที่ยิ่งไปกว่านั้นเป็นการทำให้เราก้าวเข้าสู่ตลาดโลก โดยการเป็นข่าวหน้าหนึ่งทั้งใน สิงคโปร์ และฮ่องกง จากนั้นมาเลยการเป็นโอกาสให้เราพัฒนาตัวเองก้าวเข้าสู่ตลาดโลก จนแทบจะเรียกได้ว่า "โกลด์เชพ" เป็นวิธีลัดในการกำจัดเซลลูไลท์ จนกระทั่งทุกวันนี้ เรามีผู้จัดจำหน่ายแล้วกว่า 21 ประเทศทั่วโลก อย่างประเทศหลัก สวิตเซอร์แลนด์ ถ้าฐานลูกค้าเราดีก็จะขยายไปประเทศใกล้เคียง อาทิ เยอรมัน , อิตาลี และฝรั่งเศส เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีประเทศสหรัฐอเมริกาที่เรามีบริษัทอยู่ในลอสแองเจลิส ในส่วนของประเทศไทยก็คงจะเป็นสำนักงานหลักที่ดูแลประเทแถบเอเชียและสนับสนุน การขายทั่วโลก ดร.พิเชษฐ์บอกว่า การทำตลาดของผลิตภัณฑ์ของเราคงจะใช้การออกบูธตามงานแสดงสินค้า นอกจากยังมีการร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออก บางครั้งการไปงานในตลาดโลกอาจจะได้รับการเชิญไปเป็นวิทยากรในการให้ความรู้ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ก็ต้องสวมบทบาททั้งการเป็นนักการตลาดและนักวิทยาศาสตร์ในการเป็นโรด์โชว์ ซึ่งเป็นอะไรที่แปลกดี สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้น เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งที่จะตอบ สนองความต้องการของลูกค้า

เมื่อไม่นานมานี้เองลูกค้าใช้ผลิตภัณฑ์ของเราแล้วพบว่า ช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้นอีกด้วย ใช้ทาผิวหลังการคลอดลูกผิวก็ละเอียดขึ้น ตัวลูกค้าเองก็อยากจะใช้ผลิตภัณฑ์แบบดังกล่าวกับใบหน้าด้วยทำให้เราเกิดการ วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าขึ้น ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ คาดว่าจะจะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดโลกที่มีตัวแทนและบริษัทที่จะไปถือ หุ้นในแต่ละประเทศ โดยปัจุปันจำหน่ายไปต่างประเทศบ้างแล้ว เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น และไต้หวัน

"ประเทศไทยต้องบอกว่าตอนนี้เป็นช่วงตกต่ำในธุรกิจขายตรง ซึ่งมันก็เกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2547 แล้ว ไม่ว่าจะมาจากธุรกิจขายตรงมีบริษัทเพิ่มปริมาณขึ้น ด้านพนักงานเองก็ไม่ได้เป็นสมาชิกขายตรงกับบริษัทเพียงบริษัทเดียว รวมทั้งภาพการไม่มีจรรยาบรรณในการขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการเลียนแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งทำให้ลูกค้าเข้าในผิดและเลิกใช้ไปในที่สุด"ดร. พิเชษฐ์กล่าว เขาบอกอีกว่า ประเด็นของความเสื่อมของธุริกจขายตรง ส่งผลกระทบกับบริษัทฯด้วย และกล้าที่จะบอกออกไปว่า ยอดขายเราตกลงไปเยอะจากยอดขายกว่าที่เคยทำได้กว่า 300-400 ล้านบาท แล้วลดลง 200 ล้านบาท และช่วงที่ผ่านมาเหลือเพียง 100 ล้านบาท เราเลยต้องยอมรับกับความเป็นจริงแล้วเดินหน้าที่จะต้องทำต่อไป อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาตลาดต่างประเทศสามารถเพิ่มยอดขายได้กว่า 20 %และในปี 2549 นี้ ตั้งใจจะขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มโดยการเพิ่มสาขาของตัวแทน คาดว่ายอดขายต่างประเทศเพิ่มเป็นมากกว่า 50% อย่างแน่นอน และยอดขายต่างประเทศคงจะสูงกว่าตลาดในประเทศกว่า 5 เท่าแน่นอน และมีช่องทางจำหน่ายทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทางอินเตอร์เนต , สถานีโทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งร้านเสริมสวย

ทั้งนี้ การขยายไปตลาดต่างประเทศก็เพราะว่าตลาดไทยมันเล็กเกินไปที่จะชักชวนให้นัก วิทยาศาสตร์มาทำการผลิต ซึ่งรามีบริษัท แนทเจอรัล คอสเมติคส์ รีเสิรช์ จำกัด ที่ทำกาารวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมไปถึงการให้ทุนสนันสนุนการวิจัยเพื่อ พลักดันให้ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพได้สู่ตลาด "การยอมรับความจริงที่ว่าตะวันจะตกดิน ก็ต้องปล่อยให้มันตกไปตามธรรมชาติเราไม่สามารถฝืนได้ ภาวะที่แข่งขันกันสูงจะวิ่งแข่งกับคู่แข่งเป็นเรื่องที่ต้องเหนื่อยอยู่แล้ว สิ่งที่ทำคือ การพยายามกับตัวเองและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาตัวเองไปด้วย

ในขณะ เดียวกัน" ดร.พิเชษฐ์บอกว่า บริษัท เอเชียนไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO ซึ่งชื่อมีความหมายว่า เภสัชภัณฑ์ที่มาจากพืชในภูมิภาคเอเชีย โดยมองว่าเป็นชื่อที่ครอบคลุมกิจกรรมของบริษัทในเครือ และทำหน้าที่เป็นบริษัทแม่ของ 3 บริษัทในเครือ อันประกอบไปด้วย บริษัท เอเชียนไลฟ์ จำกัด ซึ่งดูแลด้านการตลาดดูแลการขายของสินค้าในบริษัทในเครือ ,บริษัทเอเชียน นูทราซูติคอลส์ เซนเตอร์ที่ทำการผลิตเครื่องสำอาง และบริษัท กรีนโกลด์ จำกัดที่ดูแลการผลิตอาหารเสริม " แม้ว่าเราจะเติบโตแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อมาถึงวันนี้แล้วก็ต้องเดินหน้าต่อ ด้วยจุดมุ่งหมายรวมของบริษัทก็ คือการการพัฒนาวิจัยและพัฒนางานทางด้านวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้,มีความ ปลอดภัยกับผู้ใช้สินค้าถึง 100% จากที่เรารู้  และเพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ" ดร.พิเชษฐ์ กล่าวสรุป รัชนี จันทร์สุวรรณ

 

แนวหน้า
23 เม.ย. 2551

 

 

ข่าว คลิป ข่าวเอเชี่ยนไลฟ์


ตะกร้าสินค้า  

(ว่าง)
วิธีการสั่งซื้อสินค้า
วิธีการชำระเงิน
การส่งสินค้า
แจ้งการโอนเงิน
สมัครสมาชิก รับสิทธิประโยชน์


DBD registered