ปฏิบัติการเพื่อภูมิคุ้มกันที่สมดุล หรือ Operation “BIM” (Balancing Immune) ผลงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ไทยได้ปรากฏสู่สายตาู่ชาวโลกเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2551 ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 34 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ การค้นพบครั้งนี้จะสามารถช่วยปรับความสมดุลสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี และป้องกันสารแปลกปลอมจากภายนอกที่เข้ามาทำลายสุขภาพ เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง ที่ก่อให้เกิดโรคร้ายสารพัด
องค์การมหาชนและบริษัทมหาชนประสานนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับโลกจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐเหนือจรดใต้ร่วมปฏิบัติการ “BIM” (OPERATION “BIM”) เพื่อสุขภาพที่ดีถ้วนหน้าของประชากรโลก ส่งผลให้เกิดอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนที่ใช้ผลไม้และธัญพืชในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ และเกิดมาตรการที่สามารถยกระดับราคาของผลผลิตทางธรรมชาติเหล่านี้อย่างถาวรต่อเนื่อง
ภาพบรรยากาศการเปิดตัว วันที่ 31 ตุลาคม 2551 |
OPERATION “BIM” (Balancing Immune) จะส่งผลให้ประชากรโลกสามารถมีอายุยืนขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายสามารถป้องกันเชื้อโรคและสารแปลกปลอมจากภายนอกที่ทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง และร่างกายสามารถลดอาการผิดปกติซึ่งเกิดขึ้นจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเองที่ส่งผลให้เกิดปัญหาทางผิวหนัง สะเก็ดเงิน กระเพาะลำไส้อักเสบ ข้อเข่าเสื่อม เบาหวาน อาการแพ้ หัวใจ ตับและไตทำงานผิดปกติ หอบหืด สันนิบาต อาการชัก เป็นต้น

ตำแหน่งของโรคที่เกิดจากการแพ้ภูมิตัวเอง
ความสามารถของร่างกายในการป้องกันและ/หรือลดอาการผิดปกติในร่างกายซึ่งบั่นทอนสุขภาพนี้ เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายสามารถปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุลอยู่ตลอดเวลา ไม่อยู่ในระดับน้อยเกินไปจนติดเชื้อและถูกกระทบโดยสิ่งแปลกปลอมได้ง่าย และไม่อยู่ระดับมากเกินไปจนเกิดอาการผิดปกติ หรือโรคที่เกิดจากการแพ้ภูมิตัวเอง (Auto-immune diseases) หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เกิดภาวะภูมิบำบัด (Auto-immunotherapy) ที่ทำให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันสมดุล (Immune Balance หรือ Immunomodulation) ขึ้นในร่างกาย
ภูมิบำบัดที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลจากการกระตุ้นการหลั่ง Interleukin-2 (อินเทอร์ลูคิน-ทู) ซึ่งเป็นชีวโมเลกุลที่เพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มากขึ้นได้อย่างมหัศจรรย์ แต่ไม่มากเกินไปจนเกิดผลข้างเคียง และเป็นผลจากการลดการหลั่ง Interleukin-1 (อินเทอร์ลูคิน-วัน) ซึ่งเป็นชีวโมเลกุลที่ทำให้เกิดการแพ้ภูมิตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง แต่ไม่ลดน้อยจนเกิดสภาวะไม่สมดุล
![]() ภาพ Interleukin-2 |
ความสามารถของร่างกายในการเพิ่ม Interleukin-2 และลด Interleukin-1 นี้เกิดขึ้นได้จากการรับประทานผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสูตรพิเศษ BIM ซึ่งได้จากการผสมสารธรรมชาติสุดยอดสรรพคุณจากผลไม้และธัญพืชหลากชนิดเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดการเสริมประสิทธิภาพ (Synergistic) โดยใช้ประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับสารธรรมชาติสุดยอดสรรพคุณเหล่านี้ ที่นักวิจัยสหวิชาการได้สะสมมาตลอดระยะเวลา 31 ปี ผนวกกับความรู้ปัจจุบันทันสมัยของชีวโมเลกุลที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ในวันนี้ โดยการใช้ผลิตภัณฑ์จาก Operation “BIM” เราสามารถเพิ่ม Interleukin-2 ในร่างกายได้เองในปริมาณที่ไม่มากเกินไปจนเกิดผลข้างเคียง แล้วยังสามารถลดความผิดปกติที่เกิดจากการแพ้ภูมิตัวเองได้อีกด้วย |
สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้อนุญาตให้ใช้ Interleukin-2 เป็นยาฉีดเข้าเส้นเลือดและเข้าใต้ผิวหนังเพื่อรักษามะเร็งขั้นสุดท้าย บริษัทยาบริษัทหนึ่งมีรายได้จากการจำหน่ายยานี้กว่า 124 ล้านเหรียญในปี 2005 การรักษาด้วยยานี้ได้ผลดี แต่มีผลข้างเคียงร่วมด้วย
การรวมพลังทางสติปัญญา ความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์วิจัยของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์จากหลากหลายสาขาวิชาการเพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายเดียวกัน ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณจากองค์การมหาชนสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และบริษัทมหาชน Asian Phytoceuticals Public Co., Ltd. จึงทำให้เกิด OPERATION “BIM” อันเป็นกระบวนการรวมพลังครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวิทยาศาสตร์ไทย
นักวิทยาศาสตร์ที่มีส่วนร่วมทำให้เกิด OPERATION “BIM” มีมากกว่า 25 คน และที่มีบทบาทสำคัญ คือ
1. รศ.ดร.วิลาวัลย์ มหาบุษราคัม (นักวิจัยเคมีอินทรีย์) และ ภ.ญ.รศ.ดร. เสาวลักษณ์ พงษ์ไพจิตร (เภสัชกรและนักวิจัยจุลชีววิทยา) ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้ทำงานการสอนและการวิจัยในคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มากว่า 20 ปีแล้ว ยังเป็นนักวิจัยชั้นนำของสถานวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในมหาวิทยาลัยเดียวกันอีกด้วย
2. ภ.ญ.รศ.ดร.อำไพ ปั้นทอง ( นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชวิทยา และพิษวิทยาของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ) ผู้เชี่ยวชาญของ UNESCO ทางด้านการศึกษาฤทธิ์การต้านการอักเสบของสารสกัดจากสมุนไพรในเอเชีย และทำการสอนและการวิจัยในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มากกว่า 35 ปี
3. รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ (นักวิจัยชีวเคมี) ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศในการวิจัยวิศวกรรมเนื้อเยื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ได้รับรางวัลวิจัยยอดเยี่ยมจากสำนักงานสนับสนุนการวิจัย ได้รับรางวัล Cerebos Award ในปี 2006 และเป็นผู้ทำการสอนการวิจัยในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มากว่า 20 ปี
4. ผศ.ดร.ศิริวรรณ องค์ไชย (นักวิจัยชีวเคมี) นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านผลของสมุนไพรต่อกระดูกอ่อนของศูนย์ความเป็นเลิศในการวิจัยวิศวกรรมเนื้อเยื่อ ทำการสอนและการวิจัยในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มากว่า 15 ปี
5. ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา (นักวิจัยเคมีอินทรีย์และฤทธิ์ชีวภาพของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ) นักวิจัยผู้ศึกษาสารสกัดและฤทธิ์ทางชีวภาพของพืชสมุนไพรกว่า 200 ชนิด เป็นนักวิจัยรับเชิญของสถาบันวิจัยมะเร็งในประเทศเยอรมัน ทำการสอนและการวิจัยในคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่รวมเวลา 26 ปี ก่อนหันทิศทางชีวิตออกจากมหาวิทยาลัยจัดตั้งบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการวิจัยพัฒนาและพาณิชย์ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการ และ CEO ของ Asian Phytoceuticals Public Co., Ltd.
จุดเริ่มต้นของ OPERATION “BIM” เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 เมื่อคณะนักวิจัยในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับคำแนะนำจากนักการภารโรง (นายเขียว พัฒจรินทร์) ว่าเปลือกมังคุดฝนกับน้ำปูนใสสามารถใช้ทาแผลทำให้แผลแห้งและหายอย่างรวดเร็ว คณะนักวิจัยจึงเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการแยกสารที่ออกฤทธิ์จากเปลือกมังคุด ซึ่งหากเป็นประโยชน์ก็จะเป็นวิธีการกำจัดขยะจากเปลือกมังคุด ด้วยเหตุนี้การวิจัยเกี่ยวกับมังคุดตามหลักวิทยาศาสตร์สากลในลักษณะของความร่วมมือของนักวิจัยสหสาขาวิชาการ จึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 8 ปี |
|
ก่อนจะสรุปได้ว่า สารจากมังคุดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือสาร GM-1 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งการเจริญ และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและระงับปวดในสัตว์ทดลอง โดยมีความแรงของฤทธิ์เป็น 3 เท่าของแอสไพริน ลดอาการแพ้และแก้ปวดในหนูทดลอง ต้านอนุมูลอิสระได้ดี สมานผิวได้อย่างรวดเร็ว และฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ และจากการทดสอบความปลอดภัยพบว่า สาร GM-1 เป็นสารที่มีความปลอดภัยสูงและปลอดภัยกว่าสารธรรมชาติที่ให้รสเปรี้ยว (citric acid) ในมะนาวและส้มถึง 5 เท่า
จากข้อจำกัดทางด้านเงินทุนและกฏเกณฑ์ที่ถูกกำหนดขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้วที่ใช้ใน World Health Organization ทำให้การพัฒนา GM-1 ไปใช้เป็นองค์ประกอบของยาแผนปัจจุบันเป็นไปได้น้อยมาก คณะวิจัยจึงได้แต่เพียงนำ GM-1 เสริมกับสารสกัดจากธรรมชาติอื่นๆ เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางสำหรับผู้มีปัญหาสภาพผิวเรื้อรังจากสิวและอาการแพ้ จากการร่วมวิจัยพัฒนาและทดสอบกับบริษัท Henkel KGa ของประเทศเยอรมัน จึงได้มีการผลิตสบู่ เจลล้างหน้า ครีมบำรุง ครีมกันแดด ครีมอาบน้ำ ครีมสิวที่มีประสิทธิภาพสูงซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ สารสกัดจากเปลือกมังคุด GM-1 ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกของโลก โดยไม่มีส่วนผสมของ Tannin ในเปลือกมังคุด อันอาจทำให้ผิวคล้ำได้อยู่ด้วย
ภาพการทำงานของ BIM ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย |
ผลงานวิจัยของคณะนักวิจัยไทยได้รับการเผยแพร่ทั้งในสื่อภายในประเทศและพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางวิชาการทั่วโลก ก่อให้เกิดการวิจัยตามมาจากนักวิจัยหลายคณะซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักวิจัยไทย ในค.ศ. 2003 บริษัทอเมริกันบริษัทหนึ่งได้นำผลงานวิจัยเหล่านี้ไปใช้ในการระบุประสิทธิภาพของน้ำมังคุดที่จำหน่ายในอเมริกาและยายออกไปทั่วโลก เกิดการสร้างรายได้ (โดยการจำหน่ายในระบบขายตรงหลายชั้น) 40,000 ล้านบาทในเวลา 2 ปี ทำให้เกิดการแข่งขันในการผลิตและจำหน่ายอย่างกว้างขวาง แต่ทว่าผลิตภัณฑ์น้ำมังคุดเหล่านี้ล้วนมีสีน้ำตาลเข้มเพราะใช้เปลือกมังคุดผสม
ในเชิงวิทยาศาสตร์การผลิตลักษณะนี้เป็นการผลิตที่ง่ายเกินไปและไม่เป็นวิทยาศาสตร์ เพราะเปลือกมังคุดไม่ใช่ของบริโภคแต่ทิ้งเป็นขยะ จะใช้ต้มดื่มบ้างก็ต่อเมื่อใช้แก้อาการท้องเดินนานๆครั้ง คนไทยตั้งแต่สมัยโบราณอาจจะมีประสบการณ์จนเกิดเป็นความรู้ว่าไม่ควรบริโภคเปลือกมังคุดเพราะก่อให้เกิดโทษได้ ความจริงทางวิทยาศาสตร์ก็เป็นเช่นนั้น เพราะในเปลือกมังคุดมีสารแทนนินอยู่ในปริมาณมาก หากบริโภคมากเกินไปจะทำให้ท้องผูกและเป็นพิษต่อตับ มีผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและลดการดูดซึมอาหารผ่านกระเพาะ อีกทั้งมีผลงานวิจัยระบุว่า แทนนินเป็นต้นเหตุของการเกิดมะเร็งในร่องแก้มและทางเดินอาหารได้ด้วย นอกจากนี้เปลือกมังคุดยังอาจปนเปื้อนยาฆ่าแมลงที่ใช้ในการพ่นผลมังคุดในระหว่างการปลูกอีกด้วย
คณะนักวิจัยมังคุดของไทยได้เฝ้าติดตามกรณีของน้ำมังคุดที่จำหน่ายอยู่ด้วยความเป็นห่วงว่า สักวันหนึ่งอาจมีผู้บริโภคน้ำมังคุดที่มีส่วนผสมของเปลือกมากเกินไปจนเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้ ประกอบทั้งมีข่าวเล่ากันว่ามีผู้บริโภคแล้วคันตามตัวบ้าง ท้องผูกบ้าง ท้องเดินบ้าง ดังนั้นในฐานะที่เป็นผู้จุดประกายเกี่ยวกับประโยชน์ของมังคุดจนเกิดผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขึ้น คณะนักวิจัยจึงเริ่มตระหนักถึงหน้าที่ที่จะต้องให้ความรู้แก่ผู้บริโภคให้พึงระวังถึงผลข้างเคียงอันอาจจะเกิดขึ้น และในขณะเดียวกันก็ควรที่จะต้องเป็นผู้ให้คำแนะนำว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในลักษณะที่ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และไร้ผลข้างเคียง ควรจะเป็นเช่นไร
และในปี 2007 เมื่อราคามังคุดตกต่ำลงจนเกือบไม่คุ้มที่จะเก็บผลจากต้น สร้างความทุกข์ให้แก่ชาวสวนที่เฝ้าฟูมฟักรักษาผลมังคุดมาตลอดปีด้วยกำลังกายและกำลังทรัพย์ คณะนักวิจัยจึงเห็นว่า ถึงเวลาที่จะต้องนำความรู้ ผลงานวิจัย และประสบการณ์เกี่ยวกับมังคุดมาใช้ในการแก้ไขปัญหาชาวสวนพร้อมๆกับการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า มีความปลอดภัยมากกว่าการดื่มน้ำมังคุดผสมเปลือกหลายเท่าตัว
ด้วยเหตุนี้ OPERATION “BIM” จึงเริ่มขึ้นอย่างจริงจังเป็นกระบวนการต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน
ข่าวผลงานวิจัยมังคุดทางช่อง 7 สี วันที่ 11 พฤษภาคม 2552 เวลา 19.30 น. |
จากการวิจัยเพิ่มเติมพบว่า การใช้สารจากมังคุดบริโภคเพื่อให้เกิดภูมิสมดุลในร่างกายจะต้องใช้ในปริมาณ มากจึงจะแสดงประสิทธิภาพ และเมื่อใช้ต่อเนื่องเพื่อเสริมสุขภาพในระยะยาวอาจเกิดการสะสมมากจนกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system) ได้
คณะนักวิจัยจึงได้ใช้ศาสตร์ของการเสริมฤทธิ์ โดยนำสารธรรมชาติสุดยอดจากผลไม้และธัญพืชหลากชนิดผสมกับสาร GM-1 จนได้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสูตรพิเศษ BIM หลังจากการทดสอบจนแน่ใจว่ามีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และไร้ผลข้างเคียงแล้ว จึงจดทะเบียนกับสำนักงานอาหารและยาเป็นแคปซูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พร้อมทั้งได้จดสิทธิบัตรสูตรไว้ด้วย
ในขณะเดียวกันคณะนักวิจัยได้ใช้ความรู้จากปริมาณสารที่มีอยู่ในแคปซูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นหลักในการผลิตน้ำมังคุดสกัดเข้มข้นที่ใช้แล้วได้ผลเช่นเดียวกัน โดยที่ไม่มีการเติมสีสังเคราะห์ ไม่เติมน้ำตาล ไม่มีสารกันบูด ไม่แต่งกลิ่นด้วยสารเคมี ไม่มีส่วนเปลือกซึ่งอาจปนเปื้อนยาฆ่าแมลง ไม่มีแทนนินสีน้ำตาลจากเปลือกในปริมาณมากจนเกิดผลข้างเคียง แต่สามารถช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สมดุล เช่นเดียวกับ ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสูตรพิเศษ BIM และได้ทำการจดสิทธิบัตรกระบวนการผลิตไว้เมื่อกลางปี 2551 นี้
เพียงในระยะเวลา 1 ปีที่มีผู้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสูตรพิเศษ BIM โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นแคปซูลเสริมอาหาร ผลที่ได้รับจากการใช้ของผู้บริโภคได้สร้างความพึงพอใจให้แก่ทั้งผู้บริโภคและคณะนักวิจัยอย่างมาก ประสิทธิภาพเอนกอนันต์ที่ได้รับรายงานจากผู้บริโภค และผลที่ได้จากการทดสอบตามหลักวิทยาศาสตร์สากลในห้องปฏิบัติการและในอาสาสมัคร ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า OPERATION “BIM” จะเป็นปรากฏการณ์สร้างประโยชน์แก่ประชากรทั่วโลกอย่างสูงยิ่ง และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยโดยถ้วนหน้า ที่นักวิทยาศาสคร์ของไทยสามารถรวมพลังสติปัญญา ความรู้และประสบการณ์ในการคิด “นอกกรอบ” พัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใครในโลกแห่งวิทยาการ...
การบรรยายพิเศษ Operation BIM
นำทีมโดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ และทีมคณะนักวิจัย
Operation BIM @ กรุงเทพ - 7 มีนาคม 53
Operation BIM @ กรุงเทพ - 4 เมษายน 53
ลงทะเบียนเข้าร่วมฟังการบรรยาย ฟรี
ตัวอย่างผู้ที่ได้เข้าร่วมในปฏิบัติการสร้างภูมิคุ้มกันสมดุล BIM
01 |
มะเร็งระยะสุดท้าย / Last stage cancer - ตัวอย่างผู้เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ด้วยมะเร็งในปอด ในกระดูก และที่ลิ้น พูดไม่ได้น้ำลายไหลตลอดเวลา ไอเป็นเลือดมาก ปวดทั้งตัว เคลื่อนไหวไม่ได้ |
02 |
- ตัวอย่างผู้เป็นมะเร็งผิวหนัง มีแผลที่หลัง ทายารักษามาตลอด 3 ปีก็ไม่หาย แพทย์ผิวหนังวินิจฉัยพบว่าเป็นมะเร็งผิวหนัง ตรวจชิ้นเนื้อแล้วพบเซลล์มะเร็ง และเริ่มมีเซลล์สะเก็ดเงิน |
03 |
- ตัวอย่างผู้ติดเชื้อ HIV มาเป็นเวลา 2 ปี มีเชื้อราที่ปาก ติดเชื้อที่ปอด และอาการคันตามร่างกาย |
04 |
สิวอักเสบ / Face chronic infection - ตัวอย่างผู้มีปัญหาสิวอักเสบบนใบหน้าตั้งแต่อายุ 26 ปี หลังคลอดบุตรคนแรก |
05 |
ตัวอย่างที่ 1 เป็นเบาหวานมา 14 ปี อาการหนักขึ้นเมื่อปี 2550 โดยเริ่มมีปัญหาไต และตับชื้น มีแผลเรื้อรังที่เท้า |
06 |
พาร์คินสัน อาการสันนิบาต / Parkinson's disease - ตัวอย่างผู้เป็นพาร์คินสันที่ประเทศสหรัฐฯ มีอาการสั่นรุนแรงขึ้นเร็วมาก จนไม่สามารถถือแก้วน้ำดื่มเองได้ ต้องดื่มโดยใช้หลอด ไม่สามารถถือหนังสือพิมพ์อ่านเองได้ ต้องวางไว้บนโต้ะก้มลงอ่าน |
07 |
ลำไส้ติดเชื้อ / Intestinal infection - ตัวอย่างผู้มีอาการลำไส้ติดเชื้อ กินข้าวไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับ อ่อนเพลีย นอนป่วยมาเป็นเดือนๆ ต้องมีคนคอยช่วยเหลืออยู่ตลอด มีอาการอาเจียนทุกครั้งหลังจากทานข้าว และยาที่หมอให้มา |
08 |
ตัวอย่างที่ 1 มีอาการอ่อนเพลีย หมดสติ วูบไปโดยไม่รู้ตัว พบว่ามีอาการตับเสื่อมอย่างรุนแรง |
09 |
กระเัพาะเรื้อรัง / Peptic Ulcer - ตัวอย่างผู้มีอาการกระเพาะเรื้อรัง อาสาสมัคร 20 คน รับประทาน แคปซูล GM-1 จำนวน 2 แคปซูลต่อวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ |
10 |
- ตัวอย่างผู้เป็นสะเก็ดเงินมา 15 ปี อาการเริ่มแรกเกิดขึ้นที่ท้ายทอย และลามไปตามตัว ตามร่างกาย ผิวมีลักษณะเป็นเกร็ดขาวๆ เดินไม่ได้ ลุกขึ้นไม่ได้ ทำงานไม่ได้ |
11 |
ติดเชื้อราและแบคทีเรีย / Heals skin diseases & rashes. (Anti Fungal & Anti Bacterial) - ตัวอย่างผู้มีอาการติดเชื้อราและแบคทีเรียตามผิวหนัง มีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ ทั่วตัว และผิวอักเสบเป็นสีแดง |
12 |
ข้ออักเสบรูมาตอยส์ / Rheumatoid arthritis - ตัวอย่างผู้เป็นรูมาตอยส์มากว่า 14 ปี ทุกวันจะมีอาการปวดและอักเสบมาก ปวดตามข้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงเช้าจะปวดและอักเสบมาก |
13 |
ลูกสะบ้าหัวเข่าเสื่อม / Deteriorated kneecap - ตัวอย่างผู้มีอาการลูกสะบ้าหัวเข่าเสื่อม ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าไม่สามารถเดินได้ หมอที่ประเทศสหรัฐฯ วินิจฉัยให้ทำการผ่าตัดเพราะเอ็นขาด |
ข้อมูลนี้นำเสนอใน
การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 34 (วทท34)
ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 31 ตุลาคม 2551
"BIM" ปฏิบัติการเพื่อภูมิคุ้มกันที่สมดุล ในสื่อข่าวต่างๆ
*หมายเหตุ: ผลิตภัณฑ์จากปฏิบัติการบิม ได้ผ่านการจดทะเบียนจาก อย. ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ที่มา: www.operationbim.com
![]() |
|
|
รายการ "BIM 100" (บิมวันฮันเดรด) |
||
|
|